คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลพื้นฐาน

  1. ทำไมข้าพเจ้าจึงได้รับคำบอกกล่าวความตกลง?
  2. คดีพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับอะไร?
  3. ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนคืออะไร?
  4. ทำไมการฟ้องร้องนี้จึงเป็นการร่วมฟ้องในนามกลุ่มบุคคล?
  5. ทำไมจึงมีความตกลง?
  6. ข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงนี้หรือไม่?

ผลประโยชน์ของความตกลง

  1. ความตกลงนี้ประกอบด้วยเงินจำนวนเท่าใด?
  2. ข้าพเจ้าจะร้องขอการจ่ายเงินจากความตกลงนี้ได้โดยวิธีใด?
  3. สมาชิกของ Rule Changes Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นการเปลี่ยนกฏข้อบังคับ) จะได้รับอะไร?

การยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องทำได้โดยวิธีใด

  1. การยื่นส่งการเรียกร้องทำได้โดยวิธีใด?
  2. ข้าพเจ้าจะสูญเสียสิทธิ์ใดๆ หรือไม่จากการยื่นส่งหรือไม่ยื่นส่งการเรียกร้องนี้?
  3. ข้าพเจ้าจะถอนตัวจาก Cash Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นเงินสด) ของการประนีประนอมยอมความนี้ด้วยวิธีใด?
  4. หากข้าพเจ้าการถอนตัวจาก Cash Settlement Class ข้าพเจ้าจะได้รับสิ่งใดจาการประนีประนอมยอมความนี้หรือไม่?
  5. หากข้าพเจ้าไม่ถอนตัวจาก Cash Settlement Class ข้าพเจ้าจะสามารถฟ้องร้องจำเลยทั้งหลายสำหรับความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตในภายหลังได้หรือไม่?

การไม่เห็นด้วยต่อการประนีประนอมยอมความนี้ทำได้โดยวิธีใด?

  1. หากข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับการประนีประนอมยอมความนี้ ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร?
  2. การคัดค้านเหมือนกับการเพิกถอนหรือไม่?

ทนายความที่เป็นตัวแทนของท่าน

  1. ใครคือทนายความที่เป็นตัวแทนของกลุ่ม?
  2. ทนายความและ Class Plaintiff (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์) จะได้รับเงินเท่าใด?
  3. ข้าพเจ้าจะแสดงความไม่เห็นด้วยกับค่าธรรมเนียมของทนายความ ค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนสำหรับ Class Plaintiff ได้ด้วยวิธีใด?

การพิจารณาของศาล

  1. เมื่อใดและสถานที่ใดที่ศาลแห่งนี้จะพิจารณาตัดสินอนุมัติการประนีประนอมยอมความนี้?
  2. ข้าพเจ้าต้องมาร่วมฟังการพิจารณานี้หรือไม่เพื่อการได้รับเงินของข้าพเจ้า?
  3. ถ้าข้าพเจ้าต้องการให้การต่อศาลที่การพิจารณาคดีนี้ ควรต้องทำอย่างไร?

หากท่านไม่ทำอะไร

  1. จะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าพเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดทั้งสิ้น?

ขอข้อมูลเพิ่มเติม

  1. ข้าพเจ้าจะขอข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างไร?
  2. ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์สำหรับ Cash Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นเงินสด) คืออะไร?
  3. ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์สำหรับ Rule Changes Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นการ เปลี่ยนกฏข้อบังคับ) คืออะไร?

ข้อมูลพื้นฐาน

  1. ทำไมข้าพเจ้าจึงได้รับคำบอกกล่าวความตกลง?

    คำบอกกล่าวนี้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิและทางเลือกของท่านในคดีพิพาทที่เป็นการร่วมฟ้องในนามกลุ่มต่อ U.S. District Court, Eastern District of New York (ศาลแขวงแห่งเขตตะวันออกของนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ) ผู้พิพากษา John Gleeson เป็นผู้ควบคุมดูแลการฟ้องคดีในนามกลุ่มนี้ ซึ่งชื่อว่า In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation, MDL No. 1720(JG)(JO) คำบอกกล่าวนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับคดีพิพาท ความตกลงที่นำเสนอ ผลประโยชน์ที่มี สิทธิตามกฎหมายในผลประโยชน์เหล่านั้น และวิธีการขอรับผลประโยชน์เหล่านั้น

    บริษัทหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ริเริ่มคดีนี้เรียกว่า "โจทก์" บริษัทที่คณะโจทก์ทำการฟ้องร้องคือ “จำเลย"

    คดีนี้ได้ถูกนำขึ้นฟ้องร้องในนามของกลุ่มผู้ประกอบกิจการค้า ผู้ประกอบกิจการค้าที่เป็นผู้ทำการยื่นฟ้องคดีนี้คือ Class Plaintiff (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์) และศาลแห่งนี้ได้อนุญาตให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวทำหน้าที่ในนามของผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหมดในคดีต่างๆ ที่อธิบายไว้ด้านล่างนี้พร้อมด้วยความตกลงที่นำเสนอของคดีนี้ Class Plaintiff คือ:

    Photos Etc. Corporation; Traditions, Ltd.; Capital Audio Electronics, Inc.; CHS Inc.; Crystal Rock LLC; Discount Optics, Inc.; Leon’s Transmission Service, Inc.; Parkway Corp.; and Payless ShoeSource, Inc.

    กลุ่มบริษัทที่คณะโจทก์ทำการฟ้องร้องคือ “จำเลย" กลุ่มจำเลย ได้แก่:

    • “Visa Defendants”: Visa U.S.A. Inc.; Visa International Service Association; และ Visa Inc.;
    • “MasterCard Defendants”: MasterCard International Incorporated และ MasterCard Incorporated; และ
    • “Bank Defendants”: Bank of America, N.A.; BA Merchant Services LLC (เดิมชื่อ National Processing, Inc.); Bank of America Corporation; MBNA America Bank, N.A.; Barclays Bank plc; Barclays Bank Delaware; Barclays Financial Corp.; Capital One Bank (USA), N.A.; Capital One F.S.B.; Capital One Financial Corporation; Chase Bank USA, N.A.; Chase Manhattan Bank USA, N.A.; Chase Paymentech Solutions, LLC; JPMorgan Chase Bank, N.A.; JPMorgan Chase & Co.; Bank One Corporation; Bank One Delaware, N.A.; Citibank (South Dakota), N.A.; Citibank N.A.; Citigroup Inc.; Citicorp; Fifth Third Bancorp; First National Bank of Omaha; HSBC Finance Corporation; HSBC Bank USA, N.A.; HSBC North America Holdings Inc.; HSBC Holdings plc; HSBC Bank plc; National City Corporation; National City Bank of Kentucky; SunTrust Banks, Inc.; SunTrust Bank; Texas Independent Bancshares, Inc.; Wachovia Bank, N.A.; Wachovia Corporation; Washington Mutual, Inc.; Washington; Mutual Bank; Providian National Bank (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Washington Mutual Card Services, Inc.); Providian Financial Corporation; Wells Fargo Bank, N.A. และ Wells Fargo & Company

    กลับไปที่ด้านบน

  2. คดีพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับอะไร?

    คดีพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับ:

    • ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่มีหลักฐานอ้างอิงสำหรับผู้ประกอบกิจการค้าที่ได้ยอมรับบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard หรือบัตรเดบิตต่างๆ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2547 ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 และ
    • กฎข้อบังคับของ Visa และ MasterCard สำหรับผู้ประกอบกิจการค้าที่รับบัตรของตน

    Class Plaintiff ได้ฟ้องว่า:

    • Visa, MasterCard และธนาคารที่เป็นสมาชิกของบัตรแต่ละรายตามลำดับ รวมถึงธนาคารฝ่ายจำเลย ได้ละเมิดกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้จัดตั้งค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน
    • Visa, MasterCard และธนาคารที่เป็นสมาชิกของบัตรแต่ละรายตามลำดับ รวมถึงธนาคารฝ่ายจำเลย ได้ละเมิดกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้กำหนดและบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เป็นการจำกัดผู้ประกอบกิจการค้าจากการเสนอทางเลือกในวิธีการชำระเงินอื่นๆ แก่ลูกค้าของโจทก์ การกระทำดังกล่าวเป็นการป้องกันโจทก์จากความกดดันในการแข่งขันเพื่อลดค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน
    • Visa และ MasterCard ได้สมรู้ร่วมคิดกันเกี่ยวกับการปฏิบัติทางธุรกิจบางอย่างที่มีความท้าทาย
    • Visa, MasterCard และธนาคารที่เป็นสมาชิกของบัตรแต่ละรายตามลำดับได้ดำเนินกิจกรรมเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่า Visa, MasterCard ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กรของตนแล้วก็ตามและได้กลายเป็นบริษัทมหาชนหลังจากที่มีการยื่นฟ้องคดีนี้
    • การกระทำของจำเลยเป็นสาเหตุทำให้ผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหลายต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจำนวนสูงเกินกว่าควรสำหรับการยอมรับบัตรเครดิต Visa และ MasterCard
    • แต่เนื่องจากการกระทำของจำเลย

    จึงไม่มีค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนหรือค่าธรรมเนียมเหล่านั้นจึงไม่มีการลดต่ำลง จำเลยกล่าวว่าตนไม่ได้ทำสิ่งใดผิด จำเลยอ้างว่าการปฏิบัติธุรกิจของจำเลยถูกกฎหมาย เที่ยงธรรม ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันที่เป็นอิสระและส่งผลประโยชน์ต่อผู้ประกอบกิจการค้าและผู้บริโภค

    กลับไปที่ด้านบน

  3. ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนคืออะไร?

    เมื่อผู้ถือบัตรทำการซื้อด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ธุรกรรมเหล่านั้นมีค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่มีหลักฐานอ้างอิง ซึ่งโดยทั่วไปคือ 1% ถึง 2% ของราคาซื้อ โดยปกติค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนถือเป็นส่วนสูงสุดของค่าธรรมเนียมที่เป็นการชำระเงินโดยผู้ประกอบกิจการค้าสำหรับการรับบัตร Visa และ MasterCard

    Visa และ MasterCard กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนสำหรับประเภทของธุรกรรมที่แตกต่างกัน และทำการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของตน โดยปกติปีละสองครั้ง

    กลับไปที่ด้านบน

  4. ทำไมการฟ้องร้องนี้จึงเป็นการร่วมฟ้องในนามกลุ่มบุคคล?

    ในการร่วมฟ้องในนามกลุ่มบุคคล บุคคลหรือธุรกิจจำนวนน้อยมากฟ้องร้องไม่เพียงแต่สำหรับตนเอง แต่ยังกระทำในนาม ของบุคคลหรือธุรกิจอื่นที่มีการเรียกร้องและผลประโยชน์ทางกฎหมายแบบเดียวกัน โดยการดำเนินการร่วมกันของกลุ่มบุคคลหรือธุรกิจที่มีการเรียกร้องและผลประโยชน์ของกลุ่มแบบเดียวกัน และเป็นสมาชิกกลุ่ม

    เมื่อศาลตัดสินพิพากษาคดีนี้หรืออนุมัติการประนีประนอมยอมความ คำพิพากษานี้มีผลใช้กับสมาชิกทั้งหมดของกลุ่ม (ยกเว้นสมาชิกของกลุ่มที่ได้ถอนตัวจากกลุ่ม) ในคดีนี้ ศาลแห่งนี้ได้ให้การอนุมัติความตกลงเบื้องต้นและมีการระบุกลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องออกเป็นสองกลุ่ม ตามที่กำหนดไว้ด้านล่างใน คำถามข้อ 6 .

    กลับไปที่ด้านบน

  5. ทำไมจึงมีความตกลง?

    ศาลแห่งนี้ยังไม่ได้ตัดสินความว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือมีการละเมิดกฎหมาย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ร่วมตกลงเพื่อประนีประนอมยอมความคดีนี้ และหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของการพิจารณาคดีในศาลและการอุทธรณ์ที่จะตามมาหลังจากการพิจารณาคดีในศาล

    ในคดีนี้ ความตกลงมีผลมาจากการเจรจาต่อรองที่ยาวนาน รวมถึงการไกล่เกลี่ยภายใต้การควบคุมดูแลของศาลกับผู้ไกล่เกลี่ยที่มีประสบการณ์สองราย ที่ทั้งสองฝ่ายได้เลือก การประนีประนอมยอมความคดีนี้ทำให้สมาชิกของกลุ่มได้รับการจ่ายเงินและผลประโยชน์อื่นๆ Class Plaintiff และทนายความของพวกเขาเชื่อว่าความตกลงด้วยการจ่ายค่าเสียหายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสมาชิกทั้งหมดของกลุ่ม

    ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยได้ตกลงประนีประนอมยอมความคดีนี้เฉพาะหลังจากการฟ้องร้องที่ยาวนานเป็นเวลาเจ็ดปี ณ เวลาของการประนีประนอมยอมความนี้ ได้มีการสืบคดีอย่างสมบูรณ์และทั้งทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยได้มีการแลกเปลี่ยนรายงานจากผู้เชี่ยวชาญ ระหว่างการสืบคดี Class Plaintiffs ได้พิจารณาทบทวนเอกสารจำนวนกว่า 50 ล้านหน้าของและเบิกความพยานจำนวนกว่า 400 ราย รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญฝ่ายจำเลย นอกจากนี้ ณ เวลาของการประนีประนอมยอมความนี้ ได้มีการสรุปและถกเถียงเกี่ยวกับ คำร้องต่อศาลเพื่อยกฟ้อง คำร้องต่อศาลเพื่อสรุปการตัดสินคดี คำร้องต่อศาลเพื่อถอดถอนพยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ และคำร้องต่อศาลเพื่อการรับรองกลุ่มอย่างครบถ้วน และได้อยู่ในระหว่างการรอพิจารณาคดีก่อนศาลแห่งนี้

    กลับไปที่ด้านบน

  6. ข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงนี้หรือไม่?

    ถ้าท่านได้รับคำบอกกล่าวนี้ทางไปรษณีย์ หมายถึงบันทึกข้อมูลของฝ่ายจำเลยแสดงว่าท่านอาจอยู่ในความตกลงในนามกลุ่มบุคคลทั้งสองกลุ่ม ในการนำเสนอความตกลงในนามกลุ่มบุคคลของสองกลุ่มนี้ได้แก่:

    Cash Settlement Class (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class) "ประกอบด้วยบุคคล ธุรกิจหรือนิติบุคคลอื่นๆ ทั้งหมดที่ได้รับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa และ/หรือ บัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ 1 มกราคม 2547 จนถึงวันที่ของการอนุมัติความตกลงเบื้องต้นนี้ ยกเว้นว่ากลุ่มนี้ไม่ได้รวมถึงจำเลยที่ได้ระบุชื่อไว้ ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ของจำเลย หรือสมาชิกในครอบครัวของจำเลย สถาบันการเงินที่ได้ออกบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือ MasterCard หรือการทำธุรกรรมของบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือ MasterCard ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 จนถึงวันที่ของการอนุมัติความตกลงเบื้องต้นนี้ หรือรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา"

    Rule Changes Settlement Class (มาตรา 23(b)(2) Settlement Class) "อันประกอบด้วยบุคคล ธุรกิจหรือนิติบุคคลอื่นๆ ทั้งหมดที่นับตั้งแต่วันที่ของการอนุมัติความตกลงเบื้องต้นนี้ หรือในอนาคตยอมรับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa และ/หรือ บัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard ในสหรัฐอเมริกา ยกเว้นว่ากลุ่มนี้ไม่ได้รวมถึงจำเลยที่ได้ระบุชื่อไว้ ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ของจำเลย หรือสมาชิกในครอบครัวของจำเลย สถาบันการเงินที่ได้ออกบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือ MasterCard หรือการทำธุรกรรมของบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือ MasterCard ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 หรือจะทำการดังกล่าวในอนาคต หรือรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา"

    วันที่ของการอนุมัติความตกลงเบื้องต้นนี้ที่เป็นการอ้างอิงตามคำจำกัดความของกลุ่มเหล่านี้คือ 28 พฤศจิกายน 2555.

    หากท่านไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้หรือไม่ โปรดติดต่อ Class Administrator (เจ้าหน้าที่ธุรการของกลุ่ม) ที่:

    โทรติดต่อหมายเลขโทรฟรี: 1-800-625-6440

    ส่งจดหมายไปที่:
    Payment Card Interchange Fee Settlement
    PO Box 2530
    Portland OR 97208-2530.

    อีเมล: info@PaymentCardSettlement.comกลับไปที่ด้านบน

    กลับไปที่ด้านบน

ผลประโยชน์ของความตกลง

  1. ความตกลงนี้ประกอบด้วยเงินจำนวนเท่าใด?

    ภายใต้ความตกลงนี้ Visa, MasterCard และธนาคารฝ่ายจำเลยได้ตกลงในการชำระเงินค่าเสียหายเป็นกองทุนสองกองทุน:

    1. Cash Settlement Fund (กองทุนของความตกลงที่เป็นเงินสด):

      ผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหมดใน Cash Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นเงินสด) ที่ไม่ได้ถอนตัวจากกลุ่มภายในกำหนดสิ้นสุดที่ระบุไว้ด้านล่างและการยื่นฟ้องเพื่อเรียกร้องยังคงมีผลตามกฎหมาย (“Authorized Cash Claimant”) จะได้รับเงินจากกองทุนเงินสดจำนวน 6.05 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กองทุนนี้จะถูกหักออกเป็นจำนวนเงินที่ไม่เกิน 25% ของกองทุนเงินสดนี้เพื่อชดใช้ให้กับผู้ประกอบกิจการค้าที่ได้เพิกถอนการฟ้องร้องของตนจาก Cash Settlement Class เงินในกองทุนนี้หลังจากที่มีการหักออกเพื่อชดใช้ให้กับผู้ประกอบกิจการค้าที่ได้เพิกถอนการฟ้องร้องของตนจะถูกใช้เพื่อชำระ:

      • ค่าใช้จ่ายของการจัดการความตกลงและการบอกกล่าว ตามที่ศาลแห่งนี้ได้อนุมัติ,
      • เงินรางวัลสำหรับ Class Plaintiff ตามที่ศาลแห่งนี้ได้อนุมัติ, และ
      • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความ ตามที่ศาลแห่งนี้ได้อนุมัติ

      เงินในกองทุนนี้จะถูกแจกจ่ายก็ต่อเมื่อท้ายที่สุดศาลแห่งนี้ได้อนุมัติความตกลงนี้

    2. Interchange Fund (กองทุนการแลกเปลี่ยน):

      เงินสำหรับกองทุนนี้ได้ประมาณไว้ที่จำนวน 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะเทียบเท่ากับคะแนนพื้นฐาน 10 คะแนน (นั่นคือหนึ่งในสิบของ 1%) ของปริมาณธุรกรรมที่มีหลักฐานอ้างอิงต่อจำนวนสมาชิกของ Cash Settlement Class ที่รับบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard ระหว่างช่วงแปดเดือนโดยเริ่มวันที่ 29 กรกฎาคม 2556 ผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหมดใน Cash Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นเงินสด) ที่ไม่ได้ถอนตัวจากกลุ่มภายในกำหนดสิ้นสุดที่ระบุไว้ด้านล่างและรับบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard ระหว่างช่วงแปดเดือน และการยื่นฟ้องเพื่อเรียกร้องยังคงมีผลตามกฎหมาย (“Authorized Cash Claimant”) จะได้รับเงินจาก Interchange Fund นอกจากนี้ เงินในกองทุนนี้จะถูกใช้เพื่อชำระ:

      • ค่าใช้จ่ายของการจัดการความตกลงและการบอกกล่าว ตามที่ศาลแห่งนี้ได้อนุมัติ และ
      • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความที่อาจได้รับอนุมัติจากศาลแห่งนี้

      เงินในกองทุนนี้จะไม่ถูกคืนให้กับจำเลยทั้งหลาย แม้ว่าจะมีการยกเลิกความตกลงนี้ก็ตาม หากความตกลงนี้ถูกยกเลิก ศาลแห่งนี้จะตัดสินวิธีการแจกจ่ายกองทุนนี้

    กลับไปที่ด้านบน

  2. ข้าพเจ้าจะร้องขอการจ่ายเงินจากความตกลงนี้ได้โดยวิธีใด?

    ท่านต้องยื่นการเรียกร้องที่มีผลตามกฎหมายเพื่อการได้รับการจ่ายเงินจากความตกลงนี้ หากท้ายที่สุดศาลแห่งนี้ได้อนุมัติความตกลงนี้ และท่านไม่ได้เพิกถอนการฟ้องของตนจาก Cash Settlement Class ท่านจะได้รับแบบฟอร์มการเรียกร้องทางไปรษณีย์หรืออีเมล นอกจากนี้ท่านยังอาจได้รับแบบฟอร์มการเรียกร้องในเว็บไซต์นี้เมื่อพร้อมใช้งาน หรือท่านอาจโทรหมายเลข: 1-800-625-6440

    ข้าพเจ้าจะได้รับเงินจำนวนเท่าใด?

    มีการคาดหมายว่าจำนวนเงินที่จะถูกจ่ายจาก Cash Settlement Fund จะขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงหรือโดยประมาณของท่านที่มีหลักฐานอ้างอิงของการทำธุรกรรมกับ Visa และ MasterCard ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 จนถึง 28 พฤศจิกายน 2555

    จำนวนเงินที่จะถูกจ่ายจาก Interchange Fund จะขึ้นอยู่กับอัตราหนึ่งในสิบของ 1% ของปริมาณการทำธุรกรรมของผู้ประกอบกิจการค้ากับ Visa และ MasterCard ในช่วงเวลาแปดเดือนโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2556

    การเรียกร้องซึ่งยังคงมีผลตามกฎหมายจะได้รับการชำระเงินจาก Cash Settlement Fund และ/หรือ the Interchange Fund จำนวนเงินของผู้เรียกร้องสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ละรายจะได้รับจาก Cash Settlement Fund จะขึ้นอยู่กับเงินที่มีอยู่สำหรับการจ่ายชดเชยการเรียกร้องทั้งหมด มูลค่าเงินโดยรวมในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของการเรียกร้องที่มีการยื่นส่งที่มีผลตามกฎหมาย การหักออกตามที่อธิบายไว้ข้างต้นซึ่งไม่เกิน 25% ของ Cash Settlement Fund ค่าใช้จ่ายในการจัดการและการบอกกล่าว รางวัลเงินสำหรับ Class Plaintiffs และค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความที่ได้รับอนุมัติจากศาลแห่งนี้ จำนวนเงินของผู้เรียกร้องสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ละรายจะได้รับจาก Interchange Fund จะขึ้นอยู่กับเงินที่มีอยู่สำหรับการจ่ายชดเชยการเรียกร้องทั้งหมด มูลค่าเงินโดยรวมในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของการเรียกร้องที่มีการยื่นส่งที่มีผลตามกฎหมาย ค่าใช้จ่ายในการจัดการและการบอกกล่าว และค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความที่ได้รับอนุมัติจากศาลแห่งนี้ การจ่ายเงินให้กับผู้เรียกร้องสิทธิ์แต่ละรายจะเป็นการชำระเงินตามสัดส่วนของการชำระเงินให้กับผู้เรียกร้องสิทธิ์ทั้งหมด

    รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีคำนวณค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดนี้มีอยู่ใน แผนความตกลงของการจัดการและการจัดสรรปันส่วน [ภาคผนวก I] และใน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผน ความตกลงการจัดการและการจัดสรรปันส่วน

    กลับไปที่ด้านบน

  3. สมาชิกของ Rule Changes Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นการเปลี่ยนกฏข้อบังคับ) จะได้รับอะไร?

    หากศาลแห่งนี้ได้อนุมัติความตกลงนี้ Visa และ MasterCard จะทำการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและการปฏิบัติของตน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อ Rule Changes Settlement Class

    การเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับ ซึ่งจะเริ่มต้นไม่เกินวันที่ 27 มกราคม 2556 มีสรุปรายละเอียดดังนี้ เพื่อดูรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงกฏข้อบังคับนี้ รวมทั้งกฎระเบียบอื่นๆ ตามรายการที่ระบุไว้ที่นี่ โปรดดูที่ ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม (ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม) , ในย่อหน้า 40-65

    กฎการคิดเงินเพิ่มของเครื่องหมายประทับบนบัตรเครดิต (ไม่ใช่บัตรเดบิต)

    ผู้ประกอบกิจการค้าจะสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมกับลูกค้าทุกรายที่ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard ค่าธรรมเนียมนี้เรียกว่า brand-level surcharge (การเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มของระดับเครื่องหมายผลิตภัณฑ์) และค่าธรรมเนียมได้รับอนุญาตหากค่าธรรมเนียมนั้น:

    • เป็นอัตราเดียวกันสำหรับบัตรเครดิต Visa และบัตรเครดิต MasterCar;
    • ไม่สูงกว่าอัตราส่วนลดของผู้ประกอบกิจการค้าของ Visa หรือ MasterCard โดยเฉลี่ย (คิดคำนวณตามข้อมูลในอดีตหรือตามข้อมูลของเดือนที่ผ่านมา);และ
    • ไม่สูงกว่าอัตราการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงสุด ซึ่งจะถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Visa และ MasterCard (ในกรณีที่กำหนดไว้)

    สำหรับผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหลายที่ยอมรับบัตรเครดิตของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น American Express, Discover, หรือ PayPal นั้นมีข้อกำหนดอื่นๆ ที่ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์เหล่านั้นสำหรับผู้ประกอบกิจการค้าและข้อจำกัดของการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

    • หากผู้ประกอบกิจการค้ายอมรับบัตรเครดิตของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้าของบัตรหนึ่งบัตรใด ที่ราคาเท่ากับหรือราคาสูงกว่าบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard และเป็นการจำกัดขอบเขตความสามารถของผู้ประกอบกิจการค้าในการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม ผู้ประกอบกิจการค้าจะสามารถเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัตร Visa หรือ MasterCard ได้เฉพาะในลักษณะเดียวกับที่ผู้ประกอบกิจการค้าอนุญาตสำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มของบัตรที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้าเท่านั้น หรือด้วยเงื่อนไขที่ผู้ประกอบกิจการค้าเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัตรเครดิตที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้าตามความเป็นจริงเท่านั้น
    • หากผู้ประกอบกิจการค้ายอมรับบัตรเครดิตของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้าที่ห้ามหรือส่งผลที่เป็นการห้ามผู้ประกอบกิจการค้าจากการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในเส้นทางทางการค้าโดยเฉพาะใดก็ตาม ผู้ประกอบกิจการค้าก็ไม่อาจเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัตร Visa หรือ MasterCard เว้นแต่ผู้ประกอบกิจการค้าจะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัตรเครดิตของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้าโดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบกิจการค้าสำหรับบัตรเครดิตของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้น จำนวนเงินของการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มต้องเท่ากับบัตรใดก็ตามที่ต่ำกว่า โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถยอมรับได้ในการแข่งขัน หรือการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มที่กำหนดโดยบัตร Visa หรือ MasterCard

    ข้อยกเว้น : ผู้ประกอบกิจการค้าแต่ละรายสามารถเจรจาต่อรองข้อตกลงกับบัตรเครดิตของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งขันเพื่อสละสิทธิ์หรือจำกัดความสามารถของตนในการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัตรเครดิตของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์นั้น ถ้าข้อตกลงดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม

    กฎข้อบังคับสำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มของผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต (ไม่ใช่บัตรเดบิต)

    ผู้ประกอบกิจการค้าอาจกำหนดการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard โดยเฉพาะ เช่น Visa Signature จำนวนเงินของการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มต้องไม่สูงกว่าค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบกิจการค้าในการยอมรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard โดยเฉพาะ และหักลบด้วยอัตรา Durbin Amendment สำหรับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนของบัตรเดบิต การเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มโดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard ต้องเท่ากันสำหรับทุกธุรกรรมโดยไม่คำนึงว่าใครคือผู้ออกบัตร

    สำหรับผู้ประกอบกิจการค้าที่รับบัตรเครดิตที่ออกโดยเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้า (เช่น American Express, Discover, หรือ PayPal) ข้อกำหนดที่เป็นกฎข้อบังคับของอัตราการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มของเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้าต้องเหมือนกับตามที่ได้สรุปไว้ข้างต้น

    ในความตกลงนี้ไม่มีสิ่งใดที่ส่งผลต่อภาระหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการค้าในการปฏิบัติตามกฎหมายทั้งหมดของรัฐหรือของรัฐบาลกลางที่มีผลใช้บังคับ รวมถึงกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในธุรกรรมของบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และกฎหมายของรัฐบาลกลางและของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่าความสามารถของผู้ประกอบกิจการค้าในการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายของรัฐใดรัฐหนึ่งหรือในหลายรัฐ ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดความสามารถของผู้ประกอบกิจการค้าภายใต้ความตกลงนี้ในการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard ตามที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายของรัฐ

    • กฎข้อบังคับสำหรับส่วนลด: ผู้ประกอบกิจการค้าอาจเสนอส่วนลดหรือแรงจูงใจทางการเงินอื่นๆ ตามจุดการขายให้กับลูกค้าที่ไม่ได้ชำระเงินด้วยบัตร Visa หรือ MasterCard
    • ร้านค้าทั้งหมด: ผู้ประกอบกิจการค้าสามารถรับชำระเงินด้วย Visa หรือ MasterCard เป็นจำนวนน้อยกว่า "ชื่อทางการค้า" หรือ "แบนเนอร์" ทั้งหมดของผู้ประกอบกิจการค้า หากผู้ประกอบกิจการค้านั้นดำเนินธุรกิจหลายแห่งภายใต้ชื่อทางการค้าหรือแบนเนอร์ต่างๆ กัน อย่างไรก็ตามสำหรับร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ "ชื่อทางการค้า" หรือ "แบนเนอร์" เดียวกัน ผู้ประกอบกิจการค้าต้องยอมรับหรือปฏิเสธบัตรเครือข่ายในร้านค้าทั้งหมดของตนที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ "ชื่อทางการค้า" หรือ "แบนเนอร์" เดียวกัน
    • กลุ่มการซื้อ: ผู้ประกอบกิจการค้าที่จัดตั้งกลุ่มการซื้อที่มีหลักเกณฑ์ตรงตามเกณฑ์เฉพาะอาจตั้งข้อเสนอต่อ Visa และ MasterCard เกี่ยวกับการยอมรับบัตรในนามของสมาชิกของกลุ่มได้ ถ้า Visa หรือ MasterCard เชื่อว่าข้อเสนอของกลุ่มการซื้อนี้ "นำเสนอประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่สมเหตุสมผลต่อทุกฝ่าย" ก็ต้องทำการเจรจาต่อรองกับกลุ่มการซื้อและตัดสินใจด้วย "ความสุจริตใจ" ว่าจะทำข้อตกลงกับกลุ่มดังกล่าวหรือไม่
    • กฎการซื้อขั้นต่ำ $10 : กฎข้อบังคับข้อนี้ ซึ่งให้อนุญาตผู้ประกอบกิจการค้ากำหนดการซื้อขั้นต่ำที่ $10 สำหรับบัตรเครดิต Visa และ MasterCard จะไม่เปลี่ยนแปลงแม้ว่าข้อกำหนดของ Dodd-Frank Wall Street Reform Act สิ้นสุดลงก็ตาม

    การเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับทั้งหมดเหล่านี้มีรายละเอียดแบบสมบูรณ์อธิบายไว้ใน Settlement Agreement (ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความ) .

    กลับไปที่ด้านบน

การยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องทำได้โดยวิธีใด

  1. การยื่นส่งการเรียกร้องทำได้โดยวิธีใด?

    ถ้าศาลแห่งนี้ได้อนุมัติความตกลง (ดู "Fairness Hearing" [การพิจารณาตัดสินความยุติธรรม ] ด้านล่าง)

    ศาลแห่งนี้ก็จะอนุมัติแบบฟอร์มการเรียกร้องและกำหนดวันสิ้นสุดสำหรับการยื่นส่งการเรียกร้องของสมาชิก Cash Settlement Class เพื่อการได้รับการชำระเงิน ท่านต้องยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้อง ถ้าท่านได้รับSคำบอกกล่าวความตกลง ฉบับนี้ทางไปรษณีย์ แบบฟอร์มการเรียกร้องจะถูกส่งหรือส่งอีเมลให้แก่ท่านโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้แบบฟอร์มการเรียกร้องนี้จะถูกประกาศไว้ในเว็บไซต์นี้และมีให้โดยการโทรติดต่อหมายเลขโทรฟรีที่แสดงไว้ด้านล่าง สมาชิกของกลุ่มจะสามารถยื่นส่งการเรียกร้องทางอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เว็บไซต์นี้หรือการส่งเอกสารแบบฟอร์มการเรียกร้อง

    ใครเป็นผู้ตัดสินใจมูลค่าการเรียกร้องของข้าพเจ้า?

    Class Administrator (เจ้าหน้าที่ธุรการของกลุ่ม) จะรับข้อมูลจาก Visa, MasterCard, ธนาคารฝ่ายจำเลยเฉพาะธนาคารบางแห่ง และองค์กรอื่นๆ ที่คาดว่าจะเป็นข้อมูลที่ทำให้ตนสามารถประมาณการมูลค่ารวมทั้งหมดของค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่มีหลักฐานอ้างอิงแก่ Authorized Cash Claimant (ผู้เรียกร้องสิทธิ์ในเงินสดที่ถูกต้องตามกฎหมาย) แต่ละรายสำหรับธุรกรรมของบัตร Visa และ MasterCard ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 จนถึง 28 พฤศจิกายน 2555 โดยปราศจากเงื่อนไขหรือการหักลบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการชำระเงินส่วนลด การสนับสนุนทางตลาด หรือส่งเสริมการขาย หรืออื่นๆ (“Interchange Fees Paid” [ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระ]) ความตั้งใจของ ณ เวลานี้ คือเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อประมาณค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่มีหลักฐานอ้างอิงของสมาชิกของกลุ่ม สำหรับข้อมูลส่วนหนึ่งส่วนใดหรือของปีอื่นๆ ที่ Authorized Cash Claimant มีข้อตกลงกับ Visa หรือ MasterCard โดยผู้ประกอบกิจการค้าได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดขึ้นเอง ผู้เรียกร้องสิทธิ์ดังกล่าวสามารถเลือกที่จะให้มีการประมาณค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระสำหรับบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard แทนจำนวนเงินค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระที่ปรากฏในข้อมูลของ Class Administrator โดยการทวีคูณบัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard ที่เกี่ยวข้องของตน ลายมือชื่อของเดบิต และปริมาณเดบิต PIN ของธุรกรรมตามบัตรเครดิตที่เกี่ยวข้องโดยเฉลี่ยตามลำดับ ลายมือชื่อของเดบิต และอัตราเดบิต PIN ของการแลกเปลี่ยนทั้งหมดที่ใช้บังคับสำหรับหมวดหมู่ผู้ประกอบกิจการค้าของผู้ประกอบกิจการค้านั้นๆ สำหรับช่วงเวลานั้นๆ สำหรับผู้เรียกร้องสิทธิ์ที่มีคุณสมบัติถูกต้องสำหรับร่วมดำเนินการ เช่น การเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ธุรการ ต้องเป็นผู้ที่มีการยืนยันกับ Visa หรือ MasterCard ว่าผู้เรียกร้องสิทธิ์ดังกล่าวนั้นมีข้อตกลงกับ Visa หรือ MasterCard ว่าตนได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดเอง สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว

    ในกรณีที่ข้อมูลที่จำเป็นไม่สามารถนำมาใช้ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตามหรือถ้าหากมูลค่าการเรียกร้องสำหรับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระซึ่งกำหนดโดย Class Administrator ถูกคัดค้านจากสมาชิกของกลุ่ม สมาชิกของกลุ่มก็จะต้องยื่นส่งข้อมูลที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการเรียกร้องของตน ข้อมูลนี้จะรวมถึงค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระที่มีหลักฐานอ้างอิงของสมาชิกของกลุ่ม ค่าธรรมเนียมส่วนลดของผู้ประกอบกิจการค้าที่ได้ชำระ รหัสหมวดหมู่ของผู้ประกอบกิจการค้าที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม และ/หรือ รายละเอียดของธุรกิจของสมาชิกของกลุ่ม ปริมาณรวมของธุรกรรม Visa และ MasterCard และ/หรือ ยอดขายรวม ตามขอบเขตข้อมูลที่ทราบ ตามพื้นฐานข้อมูลเหล่านี้ ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระที่มีหลักฐานอ้างอิงของสมาชิกของกลุ่มจะถูกประมาณการสำหรับสมาชิกแต่ละรายของ Cash Settlement Class

    Class Administrator จะคำนวณมูลค่าของการเรียกร้องสำหรับ Interchange Fund (กองทุนการแลกเปลี่ยน) ตามอัตราร้อยละของปริมาณยอดขายของธุรกรรมบัตรเคดิตที่มีตราประทับของ Visa และ MasterCard ในช่วงระยะเวลาแปดเดือนดังกล่าว หากขอบเขตของข้อมูลที่มีอยู่ซึ่งมีการระบุปริมาณการขายอย่างชัดเจนของผู้เรียกร้องสิทธิ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกรรมบัตรเคดิตที่มีตราประทับของ Visa- และ MasterCard ในช่วงระยะเวลาแปดเดือนดังกล่าว ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในการประเมินการเรียกร้องนั้นโดยตรง

    ผู้เรียกร้องสิทธิ์ที่ไม่มีข้อมูลปริมาณธุรกรรมการขายในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ จากจำเลยทั้งหลาย และ/หรือ บุคคลที่สามจะถูกขอให้ยื่นส่งข้อมูลปริมาณธุรกรรมการชำระเงินของบัตรสำหรับช่วงระยะเวลาแปดเดือนนั้นแก่ Class Administrator หรือถ้าสมาชิกของกลุ่มไม่มีข้อมูลปริมาณธุรกรรมการชำระเงินของบัตร ก็จะมีการประเมินข้อมูลธุรกรรมการขายจากปริมาณธุรกรรมการชำระเงินของบัตร Class Administrator จะพิจารณาตัดสินอย่างมีเหตุผลว่าประมาณการใดของปริมาณการขายดังกล่าวที่ถูกต้องที่สุดบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่ และจะจัดให้มีข้อมูลประมาณการของปริมาณการขายดังกล่าวแก่ Authorized Interchange Claimant ดังกล่าว ประมาณการดังกล่าวอาจจะนำเสนอโดยการส่งจดหมายหรืออีเมลให้กับ Authorized Interchange Claimant ในเวลาต่อมา และ/หรือ อาจนำเสนอเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ในเว็บไซต์ที่ปลอดภัยที่ดำเนินการโดย Class Administrator

    นอกจากนี้ยังได้คาดหมายว่า Class Administrator ต้องจัดให้มีรหัสที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้สมาชิกกลุ่มสามารถเข้าถึงเว็บไซต์การเรียกร้องนี้ได้ เพื่อดูรูปแบบการคำนวณมูลค่าการเรียกร้องของตน และยังอาจให้ข้อมูลนี้ในการคำนวณล่วงหน้าของแบบฟอร์มการเรียกร้อง สมาชิกของกลุ่มอาจยอมรับหรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อมูลในแบบฟอร์มการเรียกร้องหรือเว็บไซต์ แบบฟอร์มการเรียกร้องและเว็บไซต์จะอธิบายวิธีการโต้แย้งข้อมูลนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเรียกร้องทั้งหมดที่ได้ถูกคำนวณได้ระบุอยู่ใน แผนความตกลงของการจัดการและการจัดสรรปันส่วน (Settlement Plan of Administration and Distribution) [ภาคผนวก I]

    การลงทะเบียนล่วงหน้า

    การลงทะเบียนล่วงหน้า นั้นเป็นทางเลือก และจะไม่มีผลต่อสิทธิ์ของท่านภายใต้แผนความตกลงของการจัดการนี้ แต่ทั้งนี้ขอสนับสนุนให้ผู้ประกอบกิจการค้าที่มีสถานที่ตั้งมากว่าหนึ่งแห่ง และ/หรือ สถานที่ตั้งต่างๆ ของธุรกิจแฟรนไชน์ ตลอดจนผู้ประกอบกิจการค้าที่มีสถานที่ตั้งเพียงหนึ่งแห่งให้ทำ การลงทะเบียนล่วงหน้าข้อมูลที่ท่านให้จะถูกนำมาใช้เพื่อช่วย Class Administrator ในการจัดเตรียมแบบฟอร์มการเรียกร้องของท่าน

    จะเกิดอะไรหาก Class Administrator ไม่มีข้อมูลของข้าพเจ้า?

    แบบฟอร์มการเรียกร้องนี้ทำให้สมาชิกของกลุ่มซึ่งเป็นผู้ที่ไม่มีข้อมูลทางการเงินหรือที่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มสามารถยื่นส่งการเรียกร้องได้ ผู้ประกอบกิจการค้าเหล่านั้นจะต้องกรอกข้อมูลและลงชื่อในแบบฟอร์มการเรียกร้องและส่งกลับมาก่อนวันกำหนดสิ้นสุด

    บุคคลอื่นสามารถยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องแทนข้าพเจ้าได้หรือไม่?

    มีบริษัทโดยเฉพาะบางบริษัทที่สามารถให้บริการกรอกและยื่นส่งการเรียกร้องของท่านโดยคิดค่าบริการในอัตราร้อยละของมูลค่าการเรียกร้องของท่าน ก่อนที่ท่านจะลงชื่อในสัญญากับบริษัทหนึ่งบริษัทใดเหล่านี้ ท่านควรตรวจสอบกระบวนการกรอกแบบการเรียกร้องที่ให้ไว้ในที่นี้ และตัดสินใจว่ามันคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายนั้นหรือไม่ ท่านสามารถขอความช่วยเหลือจาก Class Administrator หรือทนายความของกลุ่มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

    กลับไปที่ด้านบน

  2. ข้าพเจ้าจะสูญเสียสิทธิ์ใดๆ หรือไม่จากการยื่นส่งหรือไม่ยื่นส่งการเรียกร้องนี้?

    หากท้ายที่สุดศาลแห่งนี้ได้อนุมัติความตกลงนี้ สมาชิกของ Rule Changes Settlement Class (มาตรา 23(b)(2) Settlement Class) จะไม่สามารถถอนตัวจาก Rule Changes Settlement Class ได้ พวกเขามีภาระผูกพันตามเงื่อนไขของความตกลงดังกล่าวนี้ รวมถึงการปลดเปลื้องการเรียกร้องทั้งหมดที่มีการกล่าวหาหรืออาจจะถูกกล่าวหาในคดีนี้จากฝ่ายที่ได้ทำการปลดเปลื้องตามที่ระบุไว้ในย่อหน้า 67 ของ ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม .

    สมาชิกของ Cash Settlement Class (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class) (ผู้ที่ไม่ได้เพิกถอนการเรียกร้องของตนภายในกำหนดสิ้นสุด) ไม่ว่าพวกเขาจะได้ยื่นส่งการเรียกร้องเพื่อการจ่ายเงินนี้หรือไม่ก็ตาม จะมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขของความตกลงดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการเห็นพ้องที่จะไม่ทำการเรียกร้องใดๆ กับฝ่ายที่ได้ทำการปลดเปลื้องตามที่ระบุไว้ในย่อหน้า 32 ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม .

    โดยทั่วไป ความตกลงนี้จะลงความเห็นชี้ขาดและปลดเปลื้องข้อเรียกร้องทั้งหมดของบุคคล ธุรกิจและนิติบุคคลอื่นๆ ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับความสามารถของตนในฐานะผู้ประกอบกิจการค้าที่ยอมรับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa และ/หรือ บัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard ในสหรัฐอเมริกากับ Visa, MasterCard หรือธนาคารทั้งหลายที่ได้ถูกหรืออาจถูกกล่าวหาในคดีพิพาทนี้ รวมถึงการเรียกร้องใดๆ ที่มีพื้นฐานบนการแลกเปลี่ยนหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ กฎข้อบังคับ no-surcharge (ไม่เก็บเงินเพิ่ม), กฎข้อบังคับ no-discounting (ไม่มีส่วนลด), กฎข้อบังคับ honor-all-card (เคารพบัตรทั้งหมด) และกฎข้อบังคับอื่นๆ

    ความตกลงนี้ยังจะลงความเห็นชี้ขาดในการเรียกร้องของผู้ประกอบกิจการค้าบนพื้นฐานของผลกระทบในอนาคตในสหรัฐอเมริกาของ:

    • กฎข้อบังคับของ Visa หรือ MasterCard ที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนตามความตกลงนี้ ตั้งแต่วันที่ 27พฤศจิกายน 2555,
    • การปรับเปลี่ยนกฎข้อบังคับที่ได้ระบุไว้ในความตกลงนี้ หรือ
    • กฎข้อบังคับอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันอย่างมีนัยสำคัญกับกฎข้อบังคับดังกล่าว

    การปลดเปลื้องนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการใหม่หรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ในอนาคตที่ไม่คล้ายคลึงกันอย่างมีนัยสำคัญกับการดำเนินการหรือกฎข้อบังคับที่มีอยู่ หรือดำเนินการหรือกฎข้อบังคับที่ได้รับการแก้ไขโดยความตกลงนี้ (เช่น กฎข้อบังคับใหม่ของการเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่คล้ายคลึงกันอย่างมีนัยสำคัญกับกฎข้อบังคับที่มีอยู่หรือกฎข้อบังคับที่ได้รับการแก้ไขโดยความตกลงนี้ หรือการนำกฎข้อบังคับเดิมที่ได้รับการปรับเปลี่ยนตามความตกลงนี้กลับมาใช้) นอกจากนี้การปลดเปลื้องนี้จะไม่เป็นสิ่งขวางกั้นการเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทของมาตรฐานการพาณิชย์ที่ได้ระบุไว้โดยเฉพาะซึ่งเกิดขึ้นในการดำเนินการปกติของธุรกิจ

    รูปแบบสมบูรณ์ของข้อความการปลดเปลื้องสำหรับทั้ง Cash Settlement Class (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class) และ Rule Changes Settlement Class (มาตรา 23(b)(2) Settlement Class) มีอยู่ที่ Release for Cash Settlement Class [การปลดเลื้องสำหรับกลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นเงินสด] (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class) และ และ Release for Rule Changes Settlement Class [การปลดเลื้องสำหรับกลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นการเปลี่ยนกฏข้อบังคับ] (มาตรา 23(b)(2) Settlement Class)การปลดเปลื้องนี้ได้อธิบายการปลดเปลื้องการเรียกร้องในภาษากฎหมาย ท่านควรอ่านการปลดเปลื้องให้ละเอียดถี่ถ้วนและถ้าท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปลดเปลื้องนี้ ท่านสามารถ:

    • โทรติดต่อ Class Counsel ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคำถามข้อ 17 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
    • ปรึกษาทนายความ ด้วยค่าใช้จ่ายของท่านเอง เกี่ยวกับการปลดเปลื้องนี้และสิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อท่าน นอกจากนี้ความตกลงฉบับสมบูรณ์ยังสามารถดูได้ ที่นี่.

    สิ่งสำคัญ! หากท่านต้องการรักษาสิทธิของท่านในการมีส่วนร่วมในคดีพิพาทอื่นๆ ที่เป็นการเรียกร้องเงินซึ่งมีพื้นฐานการเรียกร้องที่คล้ายกัน ท่านจะต้องเพิกถอน (ถอนตัวเอง) จาก Cash Settlement Class จากความตกลงนี้ ท่านไม่สามารถถอนตัวจาก Rule Changes Settlement Class

    กลับไปที่ด้านบน

  3. ข้าพเจ้าจะถอนตัวจาก Cash Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นเงินสด) ของความตกลงนี้ด้วยวิธีใด?

    การเพิกถอน (ถอนตัวเอง) จาก Cash Settlement Class (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class) ของความตกลงนี้ คือต้องส่งจดหมายไปที่:

    Payment Card Interchange Fee Settlement
    PO Box 2530
    Portland, OR 97208-2530

    จดหมายของท่านจะต้องประทับตราไปรษณีย์ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 ท่านไม่สามารถถอนตัวทางโทรศัพท์ โทรสาร อีเมลหรือออนไลน์

    ข้าพเจ้าควรส่งจดหมายโดยการส่งไปรษณีย์ภัณฑ์ทั่วไปหรือไม่?

    ใช่ ส่งจดหมายของท่านโดยไปรษณีย์แบบชั้นหนึ่งและชำระค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ เก็บสำเนาไว้เพื่อเป็นหลักฐานของท่าน

    จดหมายของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด?

    จดหมายของท่านต้องมีการลงชื่อโดยบุคคลที่มีอำนาจในดำเนินการดังกล่าวและระบุข้อมูลดังต่อไปนี้:

    • ข้าพเจ้าต้องการเพิกถอน [ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า] จาก Cash Settlement Class ของความตกลงนี้ในคดีที่ชื่อว่า In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation
    • ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:
      • ชื่อ (ชื่อแรก, กลาง, นามสกุล):
      • ตำแหน่ง
      • ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า
      • ที่อยู่:
      • หมายเลขโทรศัพท์:
    • หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบกิจการค้า:
    • ชื่อธุรกิจ ชื่อแบรนด์ และที่อยู่ของร้านค้าหรือสถานที่ขายที่ข้าพเจ้าต้องการเพิกถอนจาก Cash Settlement Class คือ: (ระบุรายชื่อธุรกิจและที่อยู่ของแต่ละร้านค้าหรือสถานที่ขายทั้งหมด):
    • ตำแหน่งของข้าพเจ้าในธุรกิจดังกล่าวนั้น ที่ข้าพเจ้ามีอำนาจในการเพิกถอนธุรกิจนั้นจาก Cash Settlement Class คือดังนี้:

    คำเตือน! หากจดหมายของท่านถูกส่งหลังจากวันกำหนดสิ้นสุด จดหมายฉบับนั้นจะได้รับการพิจารณาว่าไม่มีผลตามกฎหมาย หากเกิดเหตุการณ์นี้ ท่านจะไม่ได้รับการเพิกถอนจาก Cash Settlement Class และท่านจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงนี้และจะมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขของความตกลงนี้ทั้งหมด

    กลับไปที่ด้านบน

  4. หากข้าพเจ้าการถอนตัวจาก Cash Settlement Class ข้าพเจ้าจะได้รับสิ่งใดจาการประนีประนอมยอมความนี้หรือไม่?

    ไม่ได้ หากท่านถอนตัวจาก Cash Settlement Class (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class):

    • ท่านจะไม่ได้รับเงินจากความตกลงนี้, และ
    • ท่านไม่สามารถคัดค้าน Cash Settlement (แต่ท่านยังคงสามารถคัดค้านการเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์ได้)

    กำหนดสิ้นสุดของการเพิกถอนคือ: วันที่ 28 พฤษภาคม 2556

    สิ่งสำคัญ! หากท่านถอนตัว โปรดอย่ายื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องสำหรับการขอรับการชำระเงิน

    ข้าพเจ้าสามารถถอนตัวจาก Rule Changes Settlement Class ได้หรือไม่?

    ไม่ได้ ท่านไม่สามารถถอนตัวจาก Rule Changes Settlement Class ได้ แต่ท่านสามารถคัดค้าน Rule Changes Settlement Class ได้ หากท่านต้องการ

    กลับไปที่ด้านบน

  5. หากข้าพเจ้าไม่ถอนตัวจาก Cash Settlement Class ข้าพเจ้าจะสามารถฟ้องร้องจำเลยทั้งหลายสำหรับความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตในภายหลังได้หรือไม่?

    ไม่ได้ หากท่านไม่ได้ถอนตัว หมายความว่าท่านได้สละสิทธิ์ของท่านในการฟ้องร้องฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องในข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้สำหรับความเสียหายที่เกิดจากดำเนินการในอดีต

    กลับไปที่ด้านบน

การไม่เห็นด้วยต่อการประนีประนอมยอมความนี้ทำได้โดยวิธีใด

  1. หากข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับการประนีประนอมยอมความนี้ ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร?

    ท่านสามารถบอกกล่าวต่อศาลแห่งนี้ว่าท่านคัดค้าน (ไม่เห็นด้วยกับ) ความตกลงของ Rule Changes Settlement Class นี้ นอกจากนี้ท่านก็ยังสามารถคัดค้านความตกลงสำหรับ Cash Settlement Class ได้หากท่านไม่ได้ถอนตัว ศาลแห่งนี้จะพิจารณาคำคัดค้านของท่าน เมื่อศาลได้ตัดสินใจว่าท้ายที่สุดจะอนุมัติความตกลงนี้หรือไม่

    หากข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับการประนีประนอมยอมความนี้ ข้าพเจ้าบอกกล่าวต่อศาลด้วยวิธีใด?

    ท่านต้องยื่นส่งคำชี้แจงของการคัดค้านต่อศาลแห่งนี้ตามที่อยู่นี้:

    United States District Court for the Eastern District of New York
    Clerk of Court
    225 Cadman Plaza
    Brooklyn, New York 11201

    นอกจากนี้ท่านยังต้องยื่นส่งสำเนาของคำชี้แจงการคัดค้านของท่านต่อ Class Counsel และที่ปรึกษาของฝ่ายจำเลย ตามที่อยู่ดังนี้:

    ที่ปรึกษาของกลุ่มที่ได้รับการแต่งตั้ง:
    Alexandra S. Bernay
    Robbins Geller Rudman & Dowd LLP
    655 West Broadway, Suite 1900
    San Diego, CA 92101
    ที่ปรึกษาฝ่ายจำเลยที่ได้รับการแต่งตั้ง:
    Wesley R. Powell
    Willkie Farr & Gallagher LLP
    787 Seventh Avenue
    New York, NY 10019

    ท่านจะต้องส่งคำชี้แจงคำคัดค้านของท่านที่ประทับตราไปรษณีย์ไม่เกินวันที่ 28 พฤษภาคม 2556

    คำชี้แจงคำคัดค้านของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด?

    คำชี้แจงคำคัดค้านของท่านต้องมีข้อมูลต่อไปนี้:

    • UNITED STATES DISTRICT COURT
      FOR THE EASTERN DISTRICT OF NEW YORK
      --------------------------------------------------
      In re Payment Card Interchange Fee and          :    No. 05-MD-01720 (JG)(JO)
      Merchant Discount Antitrust Litigation             :
      --------------------------------------------------

    • คำชี้แจงคำคัดค้าน:
      • ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกของ Cash Settlement Class [และ/หรือ] Rule Changes Settlement Class ในคดีที่ชื่อว่า In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation.
      • ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกของกลุ่มเนื่องจาก [รายการข้อมูลที่พิสูจน์ว่าท่านเป็นสมาชิกของกลุ่ม เช่น ชื่อธุรกิจและที่อยู่ของท่าน และระยะเวลาที่ท่านได้รับบัตร Visa หรือ MasterCard]
      • ข้าพเจ้าขอคัดค้านความตกลงในคดีพิพาทนี้ ข้าพเจ้าขอคัดค้าน (ระบุว่าส่วนใดของความตกลงนี้ที่ท่านไม่เห็นด้วย เช่น ความตกลงสำหรับ Cash Settlement Class Cash Settlement Class, Rule Changes Settlement Class, แผนการจัดสรรปันส่วน, ขั้นตอนของคำบอกกล่าว, หรือรูปแบบอื่นๆ) [โปรดหมายเหตุว่าท่านยังสามารถคัดค้านการร้องขอสำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความได้ในการคัดค้านเดียวกันนี้ หรือในการคัดค้านที่แยกต่างหากตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง]
    • เหตุผลของข้าพเจ้าสำหรับการคัดค้านคือ:
    • กฎหมายและหลักฐานที่สนับสนุนการคัดค้านแต่ละข้อของข้าพเจ้าคือ:
    • ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:
      • ชื่อ (ชื่อแรก, กลาง, นามสกุล):
      • ที่อยู่:
      • หมายเลขโทรศัพท์:
    • ข้อมูลสำหรับติดต่อทนายของข้าพเจ้า (ถ้ามี) คือ:

    ข้าพเจ้าสามารถโทรติดต่อศาลหรือสำนักงานผู้พิพากษาเกี่ยวกับการคัดค้านของข้าพเจ้าได้หรือไม่?

    ไม่ได้ หากท่านมีข้อสงสัย ท่านสามารถเข้าดูเว็บไซต์นี้หรือโทรติดต่อ Class Administrator สำหรับความตกลงนี้ที่หมายเลข 1-800-625-6440

    กลับไปที่ด้านบน

  2. การคัดค้านเหมือนกับการเพิกถอนหรือไม่?

    ไม่เหมือน การคัดค้านหมายความว่าท่านบอกกล่าวต่อศาลว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของความตกลงนี้ที่ท่านไม่เห็นด้วย (รวมถึงแผนสำหรับการจัดสรรปันส่วนเงินผลประโยชน์ คำขอค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความ หรือเงินรางวัลสำหรับClass Plaintiff [กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์])

    การเพิกถอน (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการถอนตัว หมายถึงท่านบอกกล่าวต่อศาลแห่งนี้ว่าท่านไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ Cash Settlement Class (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class)

    กลับไปที่ด้านบน

ทนายความที่เป็นตัวแทนของท่าน

  1. ใครคือทนายความที่เป็นตัวแทนของกลุ่ม?

    ศาลแห่งนี้ได้แต่งตั้งทนายความตามรายชื่อที่ระบุไว้ด้านล่างเพื่อเป็นตัวแทนของท่าน ทนายความเหล่านี้เรียกว่า Class Counsel (ที่ปรึกษาของกลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้อง) นอกจากนี้ยังมีทนายความอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ได้ทำงานร่วมกับ Class Counsel เพื่อเป็นตัวแทนของท่านในคดีนี้ เพราะท่านเป็นสมาชิกรายหนึ่งของกลุ่ม ท่านจึงไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใดๆ ให้กับทนายความเหล่านี้ ทนายความเหล่านี้จะได้รับเงินจากกองทุนของความตกลงนี้

    K. Craig Wildfang
    Robins, Kaplan, Miller & Ciresi L.L.P.
    2800 LaSalle Plaza
    800 LaSalle Avenue
    Minneapolis, MN 55402

    H. Laddie Montague, Jr.
    Berger & Montague, P.C.
    1622 Locust Street
    Philadelphia, PA 19103

    Patrick Coughlin
    Alexandra Bernay
    Robbins Geller Rudman & Dowd LLP
    655 West Broadway, Suite 1900
    San Diego, CA 92101

    ข้าพเจ้าควรจ้างทนายความของตนเองหรือไม่?

    ท่านไม่จำเป็นต้องจ้างทนายความของตนเอง แต่ท่านสามารถทำได้หากต้องการ ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง

    ถ้าท่านจ้างทนายความของตนเองเพื่อแสดงตนในคดีนี้ ท่านต้องบอกกล่าวต่อศาลและส่งสำเนาของหนังสือบอกกล่าวนั้นต่อ Class Counsel ตามที่อยู่ตามข้างต้น

    กลับไปที่ด้านบน

  2. ทนายความและ Class Plaintiff (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์) จะได้รับเงินเท่าใด?

    สำหรับการทำงานที่ได้ดำเนินการจนกระทั่งการอนุมัติขั้นสุดท้ายของความตกลงนี้โดย District Court (ศาลแขวง) ทนายความของสมาชิกของกลุ่ม (ที่เรียกว่า Class Counsel) จะร้องขอต่อศาลแห่งนี้เป็นจำนวนเงินตามสัดส่วนที่สมควรตามเหตุผลจาก Cash Settlement Fund (กองทุนของความตกลงที่เป็นเงินสด) โดยสูงสุดไม่เกิน 11.5% ของ Cash Settlement Fund ซึ่งเป็นเงินจำนวน 6.05 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ 11.5% ของ Interchange Fund (กองทุนการแลกเปลี่ยน) ซึ่งประมาณไว้ที่ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อตอบแทนทนายทั้งหมดและสำนักงานกฎหมายที่ได้ร่วมการทำงานในคดีที่เป็นการร่วมฟ้องในนามกลุ่มนี้ สำหรับงานเพิ่มเติมในส่วนของการจัดการความตกลง การแจกจ่ายกองทุนทั้งสองกองทุนและตลอดจนการอุทธรณ์นั้น Class Counsel อาจร้องขอค่าตอบแทนตามอัตรารายชั่วโมงปกติของพวกเขา ซึ่งสูงสุดไม่เกิน 1% จาก Cash Settlement Fund ซึ่งเป็นเงินจำนวน 6.05 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเงินเพิ่มเติมอีก 1% จาก Interchange Fund ซึ่งประมาณไว้ที่ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

    นอกจากนี้ Class Counsel จะร้องขอการเบิกคืนสำหรับค่าใช้จ่ายของตน (ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการความตกลงหรือประกาศคำบอกกล่าวฉบับนี้) โดยสูงสุดไม่เกิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสูงสุดเป็นเงิน 200,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหนึ่ง Class Plaintiff (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์) สำหรับเงินรางวัลในการให้บริการของพวกเขาในนามของกลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องนี้

    Class Counsel อาจร้องขอการชำระคืนเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจากสมาชิกของกลุ่มที่เพิกถอนตัวจาก Cash Settlement Class ตามขอบเขตที่เหมาะสมของสมาชิกของกลุ่มเหล่านี้ บนพื้นฐานบันทึกที่ได้ทำการรวบรวมสำหรับคดีนี้ เงินที่ Class Counsel ได้รับจากการเพิกถอนจะถูกนำเข้าฝากไว้ใน Cash Settlement Fund หากท้ายที่สุดศาลแห่งนี้ได้อนุมัติความตกลงนี้

    จำนวนเงินที่จะได้รับในฐานะค่าธรรมเนียมทนายความ เงินชำระคืนสำหรับค่าใช้จ่าย และจำนวนเงินอื่นๆ สำหรับ Class Plaintiff จะต้อง ได้รับการอนุมัติจากศาลนี้ หนังสือแจ้งคำร้องต่อศาลและ คำร้องต่อศาลร่วมของ Class Plaintiffs สำหรับจำนวนเงินค่าธรรมเนียมทนายความ ค่าใช้จ่าย และจำนวนเงินอื่นๆ ตามคำสั่งศาลสำหรับ Class Plaintiffs ได้รับการยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 ท่านสามารถคัดค้านคำขอสำหรับ ค่าธรรมเนียมทนายความโดยเป็นไปตามคำแนะนำในคำถามข้อ 19 ด้านล่าง

    กลับไปที่ด้านบน

  3. ข้าพเจ้าจะแสดงความไม่เห็นด้วยกับค่าธรรมเนียมของทนายความ ค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนสำหรับ Class Plaintiff ได้ด้วยวิธีใด?

    ท่านสามารถบอกกล่าวต่อศาลแห่งนี้ว่าท่านคัดค้าน (ไม่เห็นด้วยกับ) คำขอสำหรับค่าธรรมเนียมของทนายความ ค่าใช้จ่ายหรือเงินรางวัลของ Class Plaintiff ท่านสามารถดำเนินการดังกล่าวได้ หากท่านไม่ได้ถอนตัวจาก Cash Settlement Class และ/หรือ หากท่านเป็นสมาชิกของ Rule Changes Settlement Class ศาลแห่งนี้จะพิจารณาคำคัดค้านของท่าน

    เมื่อศาลทำการประเมินผลการร้องขอสำหรับค่าธรรมเนียมทนายความและค่าใช้จ่าย และ/หรือ เงินรางวัลของ Class Plaintiffs ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการอนุมัติขั้นสุดท้ายของความตกลงนี้

    สำหรับการยื่นส่งการคัดค้าน ท่านต้องยื่นส่งคำชี้แจงของการคัดค้านต่อศาลแห่งนี้ตามที่อยู่นี้:
    Clerk of Court
    225 Cadman Plaza
    Brooklyn, New York 11201

    นอกจากนี้ท่านยังต้องยื่นส่งสำเนาของคำชี้แจงการคัดค้านของท่านต่อ Class Counsel และที่ปรึกษาของฝ่ายจำเลย ตามที่อยู่ดังนี้:

    ที่ปรึกษาของกลุ่มที่ได้รับการแต่งตั้ง:
    Alexandra S. Bernay
    Robbins Geller Rudman & Dowd LLP
    655 West Broadway, Suite 1900
    San Diego, CA 92101

    ที่ปรึกษาของฝ่ายจำเลยที่ได้รับการแต่งตั้ง:
    Wesley R. Powell
    Willkie Farr & Gallagher LLP
    787 Seventh Avenue
    New York, NY 10019

    เสมียนประจำศาล ทนายความของกลุ่มและของจำเลยต้องได้รับจดหมายของท่านภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2556

    คำชี้แจงคำคัดค้านของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด?

    คำชี้แจงคำคัดค้านของท่านต้องมีข้อมูลต่อไปนี้:

    • UNITED STATES DISTRICT COURT
      FOR THE EASTERN DISTRICT OF NEW YORK
      --------------------------------------------------
      In re Payment Card Interchange Fee and          :    No. 05-MD-01720 (JG)(JO)
      Merchant Discount Antitrust Litigation             :
      --------------------------------------------------

    • คำชี้แจงคำคัดค้าน:
      • ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกของ Cash Settlement Class [และ/หรือ] Rule Changes Settlement Class ในคดีที่ชื่อว่า In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation.
      • ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกของกลุ่มเนื่องจาก [รายการข้อมูลที่พิสูจน์ว่าท่านเป็นสมาชิกของกลุ่ม เช่น ชื่อธุรกิจและที่อยู่ของท่าน และระยะเวลาที่ท่านได้รับบัตร Visa หรือ MasterCard].
      • ข้าพเจ้าขอคัดค้านคำขอของที่ปรึกษาของกลุ่มสำหรับค่าธรรมเนียมทนายความและค่าใช้จ่ายต่างๆ และ/หรือ คำขอสำหรับเงินรางวัลของ Class Plaintiffs
    • เหตุผลของข้าพเจ้าสำหรับการคัดค้านคือ:
    • กฎหมายและหลักฐานที่สนับสนุนการคัดค้านแต่ละข้อของข้าพเจ้าคือ:
    • ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:
      • ชื่อ (ชื่อแรก, กลาง, นามสกุล):
      • ที่อยู่:
      • หมายเลขโทรศัพท์:
    • ข้อมูลสำหรับติดต่อทนายของข้าพเจ้า (ถ้ามี) คือ:

    ข้าพเจ้าสามารถโทรติดต่อศาลหรือสำนักงานผู้พิพากษาเกี่ยวกับการคัดค้านของข้าพเจ้าได้หรือไม่?

    ไม่ได้ หากท่านมีข้อสงสัย ท่านสามารถเข้าดูเว็บไซต์นี้หรือโทรติดต่อ Class Administrator สำหรับความตกลงนี้ที่หมายเลข 1-800-625-6440

    กลับไปที่ด้านบน

การพิจารณาของศาล

  1. เมื่อใดและสถานที่ใดที่ศาลแห่งนี้จะพิจารณาตัดสินอนุมัติความตกลงนี้?

    การพิจารณาของศาลจะมีขึ้นเวลา 9:30 น. วันที่ 12 กันยายน 2556 การพิจารณาคดีจะดำเนินการที่:

    United States District Court for the Eastern District of New York
    225 Cadman Plaza
    Brooklyn, NY 11201

    เราไม่ทราบว่าการพิจารณาตัดสินคดีของศาลจะใช้เวลานานเท่าใด

    สิ่งสำคัญ! เวลาและวันที่ของการพิจารณาคดีอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการส่งไปรษณีย์หรือพิมพ์เผยแพร่คำบอกกล่าวเพิ่มเติม ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่ได้รับการอัพเดทแล้วจะถูกประกาศแจ้งบนเว็บไซต์นี้

    ทำไมจึงมีการพิจารณาคดี?

    การพิจารณาคดีนั้นเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับว่าความตกลงนี้ยุติธรรม เพียงพอ และมีเหตุผลหรือไม่

    ศาลแห่งนี้จะพิจารณาคำคัดค้านและรับฟังสมาชิกของกลุ่มที่ขอเบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีนี้

    ศาลยังจะตัดสินใจว่าควรให้การอนุมัติขั้นสุดท้ายสำหรับการร้องขอของโจทก์ สำหรับค่าธรรมเนียมทนายความและค่าใช้จ่าย เงินรางวัลสำหรับการบริการ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือไม่

    กลับไปที่ด้านบน

  2. ข้าพเจ้าต้องมาร่วมฟังการพิจารณานี้หรือไม่เพื่อการได้รับเงินของข้าพเจ้า?

    ไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องไปเข้าร่วมการพิจารณาคดี แม้ว่าท่านจะได้ทำการยื่นส่งคำคัดค้านต่อศาลก็ตาม แต่ท่านสามารถไปเข้าร่วมในการพิจารณาคดีหรือจ้างทนายความเพื่อไปเข้าร่วมในการพิจารณาคดีได้ถ้าท่านต้องการ ด้วยค่าใช้จ่ายของท่านเอง

    กลับไปที่ด้านบน

  3. ถ้าข้าพเจ้าต้องการให้การต่อศาลที่การพิจารณาคดีนี้ ควรต้องทำอย่างไร?

    ท่านต้องยื่นส่งคำบอกกล่าวของความตั้งใจในการแสดงตนในศาลต่อศาลแห่งนี้ตามที่อยู่นี้:

    United States District Court for the Eastern District of New York
    Clerk of Court
    225 Cadman Plaza
    Brooklyn, New York 11201

    คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาลของท่านจะต้องยื่นส่งภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 นอกจากนี้ท่านยังต้องส่งสำเนาของจดหมายของท่านให้กับ Class Counsel และที่ปรึกษาของจำเลยตามที่อยู่ระบุไว้ใน คำถามข้อ 15 .

    คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาลของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด?

    คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาลของท่านต้องมีการลงชื่อและประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้:

    • UNITED STATES DISTRICT COURT
      FOR THE EASTERN DISTRICT OF NEW YORK
      --------------------------------------------------
      In re Payment Card Interchange Fee and          :    No. 05-MD-01720 (JG) (JO)
      Merchant Discount Antitrust Litigation             :
      --------------------------------------------------

    • คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาล
    • ข้าพเจ้าต้องการเบิกความในการพิจารณาของศาลสำหรับคดีที่ชื่อว่า In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation.
    • ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:
      • ชื่อ (ชื่อแรก, กลาง, นามสกุล):
      • ที่อยู่:
      • หมายเลขโทรศัพท์:
    • ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น (รวมทั้งทนายความ) ที่ต้องการเบิกความในการพิจารณาคดี:

    กลับไปที่ด้านบน

หากท่านไม่ทำอะไร

  1. จะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าพเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดทั้งสิ้น?

    หากท่านไม่ได้ยื่นส่งการเรียกร้อง ท่านจะไม่ได้รับเงินจากความตกลงนี้

    หากท่านไม่ได้เพิกถอนตนจาก Cash Settlement Class (มาตรา 23(b)(3) Settlement Class) ท่านก็จะไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของคดีพิพาทอื่นในการฟ้องร้องต่อจำเลยทั้งหลายและฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในอดีต ท่านจะมีภาระผูกพันตามการปลดเปลื้องของ Cash Settlement Class (กองทุนของความตกลงที่เป็นเงินสด) (มาตรา 23(b)(3) Class)

    กลับไปที่ด้านบน

ขอข้อมูลเพิ่มเติม

  1. ข้าพเจ้าจะขอข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างไร?

    การขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความตกลงนี้มีหลายวิธี

    ข้อมูลต่อไปนี้จะบรรจุไว้ใน เอกสาร เหล่านี้ หน้า:

    ในการขอรับสำเนาของคำบอกกล่าวนี้หรือข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม โปรดกรอกแบบฟอร์ม คำร้อง ห้สมบูรณ์

    กลับไปที่ด้านบน

  2. ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์สำหรับ Cash Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นเงินสด) คืออะไร?

    31. “มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Parties (ฝ่ายการปลดเปลื้องของความตกลงของกลุ่ม)” คือ Class Plaintiffs (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์) สมาชิกแต่ละรายและทั้งหมดของ มาตรา 23(b)(3) Settlement Class ที่ไม่ได้เพิกถอนตน และโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการ ผู้ถือหุ้น ตัวแทน พนักงาน ตัวแทนทางกฎหมาย หุ้นส่วน และบริษัทร่วม (ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้ถือหุ้น ตัวแทน พนักงาน ตัวแทนทางกฎหมาย หุ้นส่วน และบริษัทร่วมของสมาชิกของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class เท่านั้น) ของพวกเขาทั้งในอดีต ในปัจจุบันหรือในอนาคต และผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน บริษัทแม่ บริษัทย่อย หน่วยงาน บริษัทในเครือ ทายาท ผู้ดำเนินการ ผู้ดูแลจัดการ ผู้ซื้อ ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด และผู้ที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าพวกเขาได้คัดค้านข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้หรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าพวกเขาได้ยื่นส่งการเรียกร้องเพื่อการชำระเงินจาก Class Settlement Cash Escrow Account(s) (บัญชีเอสโครว์ของกองทุนของความตกลงที่เป็นเงินสด) หรือ Class Settlement Interchange Escrow Account(s) (บัญชีเอสโครว์ของกองทุนความตกลงสำหรับการแลกเปลี่ยน) หรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าจะโดยตรง โดยดำเนินการแทน โดยรับสิทธิจากผู้อื่น หรือโดยวิธีอื่นใดก็ตาม

    32. “มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Parties” ได้แก่ทั้งหมดต่อไปนี้:

    1. Visa U.S.A. Inc., Visa International Service Association, Visa Inc., Visa Asia Pacific Region, Visa Canada Association, Visa Central & Eastern Europe, Middle East & Africa Region, Visa Europe, Visa Europe Limited, Visa Latin America & Caribbean Region, และนิติบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาต หรือเคยได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาตในอดีต สถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือการได้มาซึ่งธุรกรรมจากบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa
    2. MasterCard International Incorporated, MasterCard Incorporated และนิติบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาต หรือเคยได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาตในอดีต สถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard หรือการได้มาซึ่งธุรกรรมจากบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard
    3. Bank of America, N.A.; BA Merchant Services LLC (เดิมชื่อ National Processing, Inc.); Bank of America Corporation; MBNA America Bank, N.A., และ FIA Card Services, N.A.
    4. Barclays Bank plc; Barclays Bank Delaware; และ Barclays Financial Corp.
    5. Capital One Bank (USA), N.A.; Capital One F.S.B.; และ Capital One Financial Corporation.
    6. Chase Bank USA, N.A.; Chase Manhattan Bank USA, N.A.; Chase Paymentech Solutions, LLC; JPMorgan Chase Bank, N.A.; JPMorgan Chase & Co.; Bank One Corporation; และ Bank One Delaware, N.A.
    7. Citibank (South Dakota), N.A.; Citibank N.A.; Citigroup Inc.; และ Citicorp.
    8. Fifth Third Bancorp.
    9. First National Bank of Omaha.
    10. HSBC Finance Corporation; HSBC Bank USA, N.A.; HSBC North America Holdings Inc.; HSBC Holdings plc; และ HSBC Bank plc.
    11. National City Corporation และ National City Bank of Kentucky.
    12. SunTrust Banks, Inc. และ SunTrust Bank.
    13. Texas Independent Bancshares, Inc.
    14. Wachovia Bank, N.A. และ Wachovia Corporation.
    15. Washington Mutual, Inc.; Washington Mutual Bank; Providian National Bank (also known as Washington Mutual Card Services, Inc.); และ Providian Financial Corporation.
    16. Wells Fargo & Company และ Wells Fargo Bank, N.A.
    17. นิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายและทั้งหมดที่ได้ถูกกล่าวหาว่าร่วมในการสมรู้ร่วมคิดของจำเลยรายใดใน Operative Class Complaint (การร้องทุกข์ของกลุ่มผู้ร่วมดำเนินการ) หรือของการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล
    18. สมาชิกแต่ละรายหรือลูกค้าสถาบันการเงินของ Visa U.S.A. Inc., Visa International Service Association, Visa Inc., Visa Europe, Visa Europe Limited, MasterCard International Incorporated, หรือ MasterCard Incorporated ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต
    19. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในย่อหน้าที่ 32 (a)-(r) ข้างต้น โดยเฉพาะบริษัทแม่ (รวมทั้งบริษัทโฮลดิ้ง) บริษัทในเครือ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม (ทั้งหมดตามที่ระบุไว้ใน SEC มาตรา 12b-2 ที่ได้ประกาศใช้ตาม the Securities Exchange Act of 1934) ของพวกเขาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตและทั้งโดยตรงและโดยอ้อม หรือนิติบุคคลอื่นใดซึ่งถือกรรมสิทธิหุ้นส่วนในผลประโยชน์มากกว่า 50%
    20. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในย่อหน้าที่ 32 (a)-(s) ข้างต้น โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ผู้ซื้อ และผู้ที่ได้รับมอบหมาย (รวมทั้งผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน หลักทรัพย์ หรือผู้ถือผลประโยชน์ของจำเลยทั้งหลายตามขอบเขตความรับผิดของผู้สืบทอด ผู้ซื้อ หรือผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน ตามมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party ตามที่ได้ระบุไว้ในย่อหน้าที่ 32(a)-(s) ข้างต้น) ของพวกเขาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตและทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
    21. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในย่อหน้า 32 (a)-(t) ข้างต้น โดยเฉพาะผู้รับมอบฉันทะ ผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน หุ้นส่วน เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการ พนักงาน ตัวแทน ทนายความ ตัวแทนทางกฎหมายหรือตัวแทนอื่นๆ ผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน ทายาท ผู้ดำเนินการ ผู้ดูแลจัดการ ผู้ถือหุ้น ที่ปรึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด ผู้ซื้อ และผู้ที่ได้รับมอบหมายของพวกเขาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตและทั้งโดยตรงและโดยอ้อม (รวมทั้งผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน หลักทรัพย์ หรือผู้ถือผลประโยชน์ของนิติบุคคลแต่ละรายที่ได้กล่าวมาก่อนแล้วทั้งหมดตามขอบเขตความรับผิดของผู้สืบทอด ผู้ซื้อ หรือผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน ตามมาตรา Rule 23(b)(3) Settlement Class Released Parties ตามที่ได้ระบุไว้ในย่อหน้าที่ 32(a)-(t) ข้างต้น

    33. การปลดเปลื้องนี้มีผลใช้กับมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Parties (ฝ่ายความตกลงการปลดเปลื้องในนามกลุ่มบุคคล) โดยเฉพาะเท่านั้น นอกเหนือจากผลจากคำสั่งอนุมัติความตกลงในนามกลุ่มบุคคลและคำพิพากษาขั้นสุดท้ายที่สอดคล้องกับข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม รวมทั้งแต่ไม่จำกัดเฉพาะผลของ res judicata มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Parties ด้วยประการฉะนี้การสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และข้อตกลง การถอนฟ้อง และปลดเปลื้องโดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไปตามมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Parties จากทุกรูปแบบของการเรียกร้อง ความเสียหาย ดำเนินการ การฟ้องคดี และเหตุจากการกระทำ ไม่ว่าจะโดยรายบุคคล กลุ่ม ตัวแทน รัฐในฐานะบุพการี (parens patriae) หรือในลักษณะที่เป็นความเสียหาย ผลประโยชน์ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมทนายความ ค่าปรับ บทลงโทษทางแพ่งหรือการผ่อนผันทางการเงินอื่นๆ หรือสำหรับการยืนยัน การสั่งห้าม หรือการผ่อนผันอันชอบธรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม โดยรับสิทธิจากผู้อื่น หรืออื่นๆ โดยไม่คำนึงว่าการเรียกร้องนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่ว่าจะได้รับทราบหรือไม่ก็ตาม ต้องสงสัยหรือไม่ก็ตาม ตามกฎหมายหรือตามความยุติธรรมที่มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party ได้เคยมี มีอยู่ ณ เวลานี้ หรือหลังจากนี้สามารถ อาจ หรือมีในอนาคต การเกิดขึ้นจากหรือการเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ การกระทำ การธุรกรรม เหตุการณ์ สถานการณ์ คำชี้แจง การละเว้น หรือความล้มเหลวในทางใดทางหนึ่งต่อกฎหมายมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party ที่ได้ถูกกล่าวหาหรือซึ่งอาจจะถูกกล่าวหานับจากจุดเวลาเริ่มต้นจนถึงวันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงในนามกลุ่มบุคคล ใน Operative Class Complaint (การร้องทุกข์ของกลุ่มผู้ร่วมดำเนินการ) หรือ Class Action complaints (การร้องทุกข์ของการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล) หรือในการแก้ไข Operative Class Complaint หรือ Class Action complaints ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การเรียกร้องบนพื้นฐานของหรือเกี่ยวข้องกับ:

    1. กฎข้อบังคับการแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรืออัตราการแลกเปลี่ยน หรือกฎเกณฑ์อื่นๆ ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard และมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party อื่นๆ และ/หรือ ผู้ประกอบกิจการค้าที่นำฟ้องหรือเกี่ยวข้องกับกกข้อบังคับการแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรืออัตราการแลกเปลี่ยน การออกบัตร หรือการรับบัตร ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa ในสหรัฐอเมริกาหรือธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard ในสหรัฐอเมริกา;
    2. ค่าธรรมเนียมผู้ประกอบกิจการค้าใดๆ ของมาตรา 23(b)(3) Settlement Released Party ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa ในสหรัฐอเมริกาหรือธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard ในสหรัฐอเมริกา;
    3. กฎข้อบังคับ "no-surcharge (ไม่เก็บเงินเพิ่ม)", กฎข้อบังคับ "honor-all-card (เคารพบัตรทั้งหมด)", กฎข้อบังคับ "no minimum purchase (ไม่มีเกณฑ์การซื้อขั้นต่ำ)" กฎข้อบังคับ "no discounting (ไม่มีส่วนลด)", กฎข้อบังคับ "Nondiscrimination (ไม่เลือกปฏิบัติ)", กฎข้อบังคับ "antisteering (ต่อต้านการชี้นำ)", กฎข้อบังคับทั้งหลายที่จำกัดผู้ประกอบกิจการค้าในการโน้มน้าวหรือชี้นำลูกค้าให้ใช้ระบบการชำระเงินเฉพาะบางอย่าง กฎข้อบังคับ “all outlets (ร้านค้าทั้งหมด)", กฎข้อบังคับ “no bypass (ไม่มีการหลีกเลี่ยง)” หรือกฎข้อบังคับ “no multi-issuer (ไม่มีผู้ออกบัตรหลากหลาย)” ทั้งที่เกิดขึ้นจริงหรือหรือที่ถูกกล่าวหา หรือกฎเกณฑ์อื่นๆ ของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party ทั้งที่เกิดขึ้นจริงหรือหรือที่ถูกกล่าวหาอันเกี่ยวข้องกับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard หรือจุดขายที่ปฏิบัติของร้านค้าอันเกี่ยวข้องกับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa อื่นๆ หรือบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard อื่นๆ;
    4. d. ข้อตกลงทั้งที่เป็นจริงหรือที่ถูกกล่าวหา (i) ระหว่างหรือต่อกลุ่มจำเลย Visa และจำเลย MasterCard, (ii) ระหว่างจำเลยหรือต่อกลุ่มจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard และมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party อื่นๆ หรือ (iii) ระหว่างหรือต่อจำเลย กลุ่มจำเลย Visa, จำเลย MasterCard หรือมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการหรือกฎเกณฑ์ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard;
    5. การจัดระบบองค์กรใหม่ การปรับโครงสร้าง การริเริ่ม หรือการนำเสนอต่อสาธารณะ หรือการจัดโครงสร้างองค์กรอื่นๆ ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard;
    6. การบริการของพนักงานหรือตัวแทนของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party เกี่ยวกับกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard;
    7. ผลในอนาคตในสหรัฐอเมริกาจากการเก็บค่าธรรมเนียมหรือผลจากการยึดถือกฎเกณฑ์ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard ต่อเนื่องต่อไปในประเทศสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่วันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นในความตกลงในนามกลุ่มบุคคล การปรับเปลี่ยนกฏข้อบังคับหรือกฎข้อบังคับที่จะได้รับการปรับเปลี่ยนตามข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ หรือกฏเกณฑ์อื่นใดที่คล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญกับกฏข้อบังคับที่มีผลใช้ในสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่วันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงของกลุ่มหรือกฎข้อบังคับที่มีการปรับเปลี่ยนหรือกฎข้อบังคับที่จะได้รับการปรับเปลี่ยนตามข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้;
    8. ผลในอนาคตในสหรัฐอเมริกาจากการดำเนินการของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party ที่คล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญกับการดำเนินการของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party ที่เกี่ยวข้องกับหรือเกิดจากกฏเกณฑ์การแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรืออัตราการแลกเปลี่ยน กฎเกณฑ์ใดก็ตามของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard ที่มีการปรับเปลี่ยนหรือจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามนี้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ กฎเกณฑ์อื่นๆ ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard ที่มีผลนับตั้งแต่จากวันที่ศาลแห่งนี้ได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงในนามกลุ่มบุคคล หรือกฎข้อบังคับใดๆ ที่คล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญกับกฎเกณฑ์ที่กล่าวข้างต้น;
    9. การดำเนินการของการฟ้องร้องนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การเจรจาในความตกลงที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องนี้ การเจรจาต่อรองและข้อตกลงของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มของจำเลยหรือสมาชิกหรือลูกค้าสถาบันการเงินของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard หรือเงื่อนไขหรือผลของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ (นอกเหนือจากการเรียกร้องเพื่อการบังคับใช้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกฏข้อบังคับในมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party อันเป็นผลมาจากข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้;

      และได้แสดงอย่างชัดเจนถึงการให้ความตกลงสำหรับจุดประสงค์ของการยืนยัน โดยปราศจากการขยายหรือการจำกัดตามที่ได้กล่าวในข้างต้น การเรียกร้องที่มีพื้นฐานบนหรือเกี่ยวข้องกับ (a)-(i) ข้างต้นที่เรียกร้องว่าได้มีหรืออาจมีการกล่าวหาในการฟ้องร้องนี้

    34. มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อยังได้แสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และการตกลงและปลดเปลื้องสิทธิ และผลประโยชน์ของจำเลยรายหนึ่งรายใดและทั้งหมด โดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไป ตามที่มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party อาจมีหรือว่าอาจมีผลมาจากบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับซึ่ง การไม่แสดงการสละสิทธิ์ อาจจำกัดขอบเขตหรือผลของการปลดเปลื้องที่ระบุไว้ก่อนหน้าในย่อหน้า 31-33 โดยปราศจากการจำกัดกฎเกณฑ์ทั่วไปตามที่ได้กล่าวข้างต้น มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อได้แสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนชัดและอย่างยกเลิกไม่ได้ และปลดเปลื้องสิทธิ และผลประโยชน์ของจำเลยรายหนึ่งรายใดและทั้งหมด โดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไป ตามที่มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party อาจกำหนดไว้หรือไม่ก็สัมพันธ์กับการปลดเปลื้องโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ California Civil Code Section 1542 (ประมวลกฎหมายแพ่งแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียมาตรา 1542) หรือกฎหมายที่คล้ายกันของรัฐหรือเขตอำนาจศาลอื่นๆ มาตรา 1542 ระบุว่า: "การเรียกร้องบางอย่างไม่ได้รับผลกระทบจากการปลดเปลื้องทั่วไป การปลดเปลื้องทั่วไปไม่ขยายไปถึงการเรียกร้องสิทธิที่เจ้าหนี้ไม่ทราบหรือสงสัยว่ามีประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่ ณ เวลาของการดำเนินการปลดเปลื้อง ซึ่งหากเจ้าหนี้ได้ทราบ มันจะมีผลกระทบอย่างมากต่อความตกลงของตนกับลูกหนี้" นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าในภายหลังอาจค้นพบว่ามาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อมีข้อเท็จจริงเป็นอื่น ที่แตกต่างจาก หรือนอกเหนือไปจากที่มันหรือเจ้าหนี้รู้หรือเชื่อว่าเป็นจริงเกี่ยวกับการเรียกร้องที่ได้ปลดเปลื้องในย่อหน้า 31-33 ที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยประการฉะนี้มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อจึงแสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และข้อตกลง การถอนฟ้อง และปลดเปลื้อง ทั้งที่รู้หรือไม่ก็ตาม สงสัยหรือไม่ก็ตาม การเรียกร้องที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตามโดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไปตามขอบเขตในก่อนหน้าในย่อหน้า 31-33 ไม่ว่าได้ถูกปกปิดหรือซ่อนเร้น และโดยไม่คำนึงถึงการค้นพบต่อมาภายหลังหรือการมีอยู่ของข้อเท็จจริงที่เป็นอื่น แตกต่าง หรือเพิ่มเติม Class Plaintiff ได้รับทราบ และโดยการดำเนินการของคำสั่งของความตกลงในนามกลุ่มบุคคลและคำพิพากษาขั้นสุดท้ายจึงถือว่าสมาชิกของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class ได้รับทราบว่าการสละสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นนั้นแยกต่างหากจากการต่อรองสำหรับและเป็นองค์ประกอบสำคัญของ ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้

    35. มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อกำหนดพันธสัญญาและความตกลงว่าภายหลังจากนี้ จะไม่มีการแสวงหาเพื่อจัดตั้งหรืออนุญาตอื่นใดอีก สำหรับการฟ้องร้องตามมาตรานี้ในฐานะตัวแทนสำหรับการแสวงหาความรับผิดตามพื้นฐานแห่งมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party นี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในการดำเนินการที่ได้รับการคุ้มครองโดยการเรียกร้องที่ได้รับการปลดเปลื้องในย่อหน้าข้างต้น

    36. เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ให้ถือว่าไม่มีบัญญัติข้ออื่นๆ ของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ปลดเปลื้องการเรียกร้องของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party ที่มีพื้นฐานบน:

    1. การละเมิดข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม;
    2. ข้อพิพาทของมาตรฐานทางการค้าซึ่งเกิดขึ้นในการดำเนินการปกติของธุรกิจหรือความสัมพันธ์ทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืม ขอบเขตของเครดิต หรือความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารหรือเครดิตอื่นๆ ข้อพิพาทการเรียกเก็บเงินบุคคล ความรับผิดของผลิตภัณฑ์ การละเมิดการรับประกัน การยักยอกข้อมูลผู้ถือบัตรหรือการฝ่าฝืนความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติตามข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคสำหรับการยอมรับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของผู้ประกอบกิจการค้า และข้อพิพาทอื่นที่เกิดขึ้นจากการละเมิดสัญญาระหว่างมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party และมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party อย่างไรก็ตาม โดยมีเงื่อนไขว่า ย่อหน้าที่ 31-35 [ของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม] และไม่ใช่ย่อหน้านี้ ใช้ควบคุมกรณีที่การเรียกร้องดังกล่าวเป็นการท้าพิสูจน์การฝ่าฝืนกฎหมายของกฎข้อบังคับการแลกเปลี่ยน อัตราการแลกเปลี่ยน หรือค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรือกฎเกณฑ์ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ค่าใช้จ่าย หรือการกระทำอื่นๆ ที่ครอบคลุมโดยการเรียกร้องที่ได้รับการปลดเปลื้องในย่อหน้าข้างต้น;; หรือ
    3. ข้อกล่าวหาในการเรียกร้องที่เป็นการร้องทุกข์ของกลุ่มผู้ร่วมดำเนินการในปัจจุบันต่อจำเลยในปัจจุบัน (i)NACS, et al. v. Board of Governors of the Federal Reserve System, No. 11-CV-02075-RJL (D.D.C.), และ (ii) In re ATM Fee Antitrust Litigation, No. 04-CV-02676-CRB (N.D. Cal) (รวมถึงการเรียกร้องที่ได้รับการยืนยันว่าได้ถูกกล่าวหาในการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่สองและการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่สามของการร้องทุกข์ต่อ Bank of America, N.A.)

    37. นอกจากนี้มาตรา 23(b)(3) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อยังปลดเปลื้องจำเลย Visa, จำเลย MasterCard และจำเลยธนาคารแต่ละ และที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาในการฟ้องร้องนี้ การเรียกร้องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสู้คดีในการฟ้องร้องนี้ รวมทั้งการต่อรองและเงื่อนไขของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ ยกเว้นสำหรับการเรียกร้องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ จำเลย Visa, จำเลย MasterCard และจำเลยธนาคารแต่ละรายปลดเปลื้อง Class Plaintiff, โจทก์อื่นๆ ในการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล, ทนายความของกลุ่ม, ที่ปรึกษาอื่นๆ ของ Class Plaintiff ที่มีส่วนร่วมในการประชุมความตกลงก่อนที่ศาลของ Class Plaintiff ได้อนุมัติข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ และโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล จากการเรียกร้องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหรือการดำเนินคดีของการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคลนี้ รวมทั้งการเจรจาต่อรองและเงื่อนไขของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ ยกเว้นสำหรับการเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้

    38. ในกรณีที่ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ถูกยกเลิกชั้นตามย่อหน้า 96-98 ด้านล่าง หรือเงื่อนไขของวันที่ของการอนุมัติความตกลงขั้นสุดท้ายไม่เป็นที่พอใจ การปลดเปลื้องและพันธสัญญาผูกพันว่าจะไม่ฟ้องร้องในบทบัญญัติของย่อหน้า 31-37 ข้างต้นจะถือเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้ Notice

    กลับไปที่ด้านบน

  3. ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์สำหรับ Rule Changes Settlement Class (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องเพื่อความตกลงที่เป็นการ เปลี่ยนกฏข้อบังคับ) คืออะไร?

    66. “มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Parties (ฝ่ายการปลดเปลื้องของความตกลงของกลุ่ม)” คือ Class Plaintiffs (กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์) สมาชิกแต่ละรายและทั้งหมดของ มาตรา 23(b)(2) Settlement Class และโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการ ผู้ถือหุ้น ตัวแทน พนักงาน ตัวแทนทางกฎหมาย หุ้นส่วน และบริษัทร่วม (ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้ถือหุ้น ตัวแทน พนักงาน ตัวแทนทางกฎหมาย หุ้นส่วน และบริษัทร่วมของสมาชิกของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class เท่านั้น) ของพวกเขาทั้งในอดีต ในปัจจุบันหรือในอนาคต และผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน บริษัทแม่ บริษัทย่อย หน่วยงาน บริษัทในเครือ ทายาท ผู้ดำเนินการ ผู้ดูแลจัดการ ผู้ซื้อ ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด และผู้ที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าพวกเขาได้เรียกร้องผลประโยชน์ที่ระบุไว้ภายใต้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้หรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าจะโดยตรง โดยดำเนินการแทน โดยรับสิทธิจากผู้อื่น หรือโดยวิธีอื่นใดก็ตาม

    67. “มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Parties (ฝ่ายความตกลงในนามกลุ่มบุคคลที่ได้รับการปลดเปลื้อง)” ได้แก่ทั้งหมดต่อไปนี้:

    1. Visa U.S.A. Inc., Visa International Service Association, Visa Inc., Visa Asia Pacific Region, Visa Canada Association, Visa Central & Eastern Europe, Middle East & Africa Region, Visa Europe, Visa Europe Limited, Visa Latin America & Caribbean Region, และนิติบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาต หรือเคยได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาตในอดีต สถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือการได้มาซึ่งธุรกรรมจากบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa
    2. MasterCard International Incorporated, MasterCard Incorporated และนิติบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาต หรือเคยได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาตในอดีต สถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard หรือการได้มาซึ่งธุรกรรมจากบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard
    3. Bank of America, N.A.; BA Merchant Services LLC (เดิมชื่อ National Processing, Inc.); Bank of America Corporation; MBNA America Bank, N.A., และ FIA Card Services, N.A.
    4. Barclays Bank plc; Barclays Bank Delaware; และ Barclays Financial Corp
    5. Capital One Bank (USA), N.A.; Capital One F.S.B.; และ Capital One Financial Corporation
    6. Chase Bank USA, N.A.; Chase Manhattan Bank USA, N.A.; Chase Paymentech Solutions, LLC; JPMorgan Chase Bank, N.A.; JPMorgan Chase & Co.; Bank One Corporation; และ Bank One Delaware, N.A.
    7. Citibank (South Dakota), N.A.; Citibank N.A.; Citigroup Inc.; และ Citicorp.
    8. Fifth Third Bancorp.
    9. First National Bank of Omaha.
    10. HSBC Finance Corporation; HSBC Bank USA, N.A.; HSBC North America Holdings Inc.; HSBC Holdings plc; และ HSBC Bank plc
    11. National City Corporation และ National City Bank of Kentucky
    12. SunTrust Banks, Inc. และ SunTrust Bank
    13. Texas Independent Bancshares, Inc.
    14. Wachovia Bank, N.A. และ Wachovia Corporation.
    15. Washington Mutual, Inc.; Washington Mutual Bank; Providian National Bank (also known as Washington Mutual Card Services, Inc.); และ Providian Financial Corporation.
    16. Wells Fargo & Company และ Wells Fargo Bank, N.A.
    17. นิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายและทั้งหมดที่ได้ถูกกล่าวหาว่าร่วมในการสมรู้ร่วมคิดของจำเลยรายใดใน Operative Class Complaint (การร้องทุกข์ของกลุ่มผู้ร่วมดำเนินการ) หรือของการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล
    18. สมาชิกแต่ละรายหรือลูกค้าสถาบันการเงินของ Visa U.S.A. Inc., Visa International Service Association, Visa Inc., Visa Europe, Visa Europe Limited, MasterCard International Incorporated, หรือ MasterCard Incorporated ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต
    19. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในย่อหน้าที่ 67(a)-(r) ข้างต้น โดยเฉพาะบริษัทแม่ (รวมทั้งบริษัทโฮลดิ้ง) บริษัทในเครือ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม (ทั้งหมดตามที่ระบุไว้ใน SEC มาตรา 12b-2 ที่ได้ประกาศใช้ตาม the Securities Exchange Act of 1934) ของพวกเขาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตและทั้งโดยตรงและโดยอ้อม หรือนิติบุคคลอื่นใดซึ่งถือกรรมสิทธิหุ้นส่วนในผลประโยชน์มากกว่า 50%
    20. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในย่อหน้าที่ 67(a)-(s) ข้างต้น โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ผู้ซื้อ และผู้ที่ได้รับมอบหมาย (รวมทั้งผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน หลักทรัพย์ หรือผู้ถือผลประโยชน์ของจำเลยทั้งหลายตามขอบเขตความรับผิดของผู้สืบทอด ผู้ซื้อ หรือผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน ตามมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party ตามที่ได้ระบุไว้ในย่อหน้าที่ 67(a)-(s) ข้างต้น) ของพวกเขาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตและทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
    21. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในย่อหน้า 67(a)-(t) ข้างต้น โดยเฉพาะผู้รับมอบฉันทะ ผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน หุ้นส่วน เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการ พนักงาน ตัวแทน ทนายความ ตัวแทนทางกฎหมายหรือตัวแทนอื่นๆ ผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน ทายาท ผู้ดำเนินการ ผู้ดูแลจัดการ ผู้ถือหุ้น ที่ปรึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด ผู้ซื้อ และผู้ที่ได้รับมอบหมายของพวกเขาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตและทั้งโดยตรงและโดยอ้อม (รวมทั้งผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน หลักทรัพย์ หรือผู้ถือผลประโยชน์ของนิติบุคคลแต่ละรายที่ได้กล่าวมาก่อนแล้วทั้งหมดตามขอบเขตความรับผิดของผู้สืบทอด ผู้ซื้อ หรือผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน ตามมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Parties ตามที่ได้ระบุไว้ในย่อหน้าที่ 67(a)-(t) ข้างต้น

    68. การปลดเปลื้องนี้มีผลใช้กับมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Parties (ฝ่ายความตกลงการปลดเปลื้องในนามกลุ่มบุคคล) โดยเฉพาะเท่านั้น นอกเหนือจากผลจากคำสั่งของ Class Settlement และคำพิพากษาขั้นสุดท้ายที่สอดคล้องกับ Class Settlement Agreement รวมทั้งแต่ไม่จำกัดเฉพาะผลของ res judicata มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Parties ด้วยประการฉะนี้การสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และข้อตกลง การถอนฟ้อง และปลดเปลื้องโดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไปตามมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Parties จากทุกรูปแบบของการเรียกร้อง ความเสียหาย ดำเนินการ การฟ้องคดี และเหตุจากการกระทำ ไม่ว่าจะต่อรายบุคคล กลุ่ม ตัวแทน รัฐในฐานะบุพการี (parens patriae) หรือในลักษณะที่เป็นการยืนยัน การสั่งห้าม หรือการผ่อนผันอันชอบธรรมอื่นๆ หรือความเสียหายหรือการผ่อนผันทางการเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาหลังจากวันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงในนามกลุ่มบุคคล โดยไม่คำนึงว่าการเรียกร้องนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่ว่าจะได้รับทราบหรือไม่ก็ตาม ต้องสงสัยหรือไม่ก็ตาม ตามกฎหมายหรือตามความยุติธรรมที่มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party ได้เคยมี มีอยู่ ณ เวลานี้ หรือหลังจากนี้สามารถ อาจ หรือมีในอนาคต การเกิดขึ้นจากหรือการเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ การกระทำ การธุรกรรม เหตุการณ์ สถานการณ์ คำชี้แจง การละเว้น หรือความล้มเหลวในทางใดทางหนึ่งต่อกฎหมายมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party ที่ได้ถูกกล่าวหาหรือซึ่งอาจจะถูกกล่าวหานับจากจุดเวลาเริ่มต้นจนถึงวันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของ Class Settlement ใน Operative Class Complaint (การร้องทุกข์ของกลุ่มผู้ร่วมดำเนินการ) หรือ Class Action complaints (การร้องทุกข์ของการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล) หรือในการแก้ไข Operative Class Complaint หรือ Class Action complaints ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การเรียกร้องบนพื้นฐานของหรือเกี่ยวข้องกับ:

    1. กฎข้อบังคับการแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรืออัตราการแลกเปลี่ยน หรือกฎเกณฑ์อื่นๆ ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard และมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party อื่นๆ และ/หรือผู้ประกอบกิจการค้าที่นำฟ้องหรือเกี่ยวข้องกับกกข้อบังคับการแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรืออัตราการแลกเปลี่ยน การออกบัตร หรือการรับบัตร ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa ในสหรัฐอเมริกาหรือธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard ในสหรัฐอเมริกา;
    2. ค่าธรรมเนียมผู้ประกอบกิจการค้าใดๆ ของมาตรา 23(b)(2) Settlement Released Party ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa ในสหรัฐอเมริกาหรือธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard ในสหรัฐอเมริกา;
    3. c. กฎข้อบังคับ "no-surcharge (ไม่เก็บเงินเพิ่ม)", กฎข้อบังคับ "honor-all-card (เคารพบัตรทั้งหมด)", กฎข้อบังคับ "no minimum purchase (ไม่มีเกณฑ์การซื้อขั้นต่ำ)" กฎข้อบังคับ "no discounting (ไม่มีส่วนลด)", กฎข้อบังคับ "Nondiscrimination (ไม่เลือกปฏิบัติ)", กฎข้อบังคับ "antisteering (ต่อต้านการชี้นำ)", กฎข้อบังคับทั้งหลายที่จำกัดผู้ประกอบกิจการค้าในการโน้มน้าวหรือชี้นำลูกค้าให้ใช้ระบบการชำระเงินเฉพาะบางอย่าง กฎข้อบังคับ “all outlets (ร้านค้าทั้งหมด)", กฎข้อบังคับ “no bypass (ไม่มีการหลีกเลี่ยง)” หรือกฎข้อบังคับ “no multi-issuer (ไม่มีผู้ออกบัตรหลากหลาย)” ทั้งที่เกิดขึ้นจริงหรือหรือที่ถูกกล่าวหา หรือกฎเกณฑ์อื่นๆ ของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party ทั้งที่เกิดขึ้นจริงหรือหรือที่ถูกกล่าวหาอันเกี่ยวข้องกับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard หรือจุดขายที่ปฏิบัติของร้านค้าอันเกี่ยวข้องกับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa อื่นๆ หรือบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย MasterCard อื่นๆ;
    4. ข้อตกลงทั้งที่เป็นจริงหรือที่ถูกกล่าวหา (i) ระหว่างหรือต่อกลุ่มจำเลย Visa และจำเลย MasterCard, (ii) ระหว่างจำเลยหรือต่อกลุ่มจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard และมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party อื่นๆ หรือ (iii) ระหว่างหรือต่อจำเลย กลุ่มจำเลย Visa, จำเลย MasterCard หรือมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการหรือกฎเกณฑ์ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard;
    5. การจัดระบบองค์กรใหม่ การปรับโครงสร้าง การริเริ่ม หรือการนำเสนอต่อสาธารณะ หรือการจัดโครงสร้างองค์กรอื่นๆ ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard;
    6. การบริการของพนักงานหรือตัวแทนของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party เกี่ยวกับกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard;
    7. ผลในอนาคตในสหรัฐอเมริกาจากการเก็บค่าธรรมเนียมหรือผลจากการยึดถือกฎเกณฑ์ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard ต่อเนื่องต่อไปในประเทศสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่วันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นในความตกลงในนามกลุ่มบุคคล การปรับเปลี่ยนกฏข้อบังคับหรือกฎข้อบังคับที่จะได้รับการปรับเปลี่ยนตามข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ หรือกฏเกณฑ์อื่นใดที่คล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญกับกฏข้อบังคับที่มีผลใช้ในสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่วันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงของกลุ่มหรือกฎข้อบังคับที่มีการปรับเปลี่ยนหรือกฎข้อบังคับที่จะได้รับการปรับเปลี่ยนตามข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้;
    8. ผลในอนาคตในสหรัฐอเมริกาจากการดำเนินการของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party ที่คล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญกับการดำเนินการของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party ที่เกี่ยวข้องกับหรือเกิดจากกฏเกณฑ์การแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรืออัตราการแลกเปลี่ยน กฎเกณฑ์ใดก็ตามของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard ที่มีการปรับเปลี่ยนหรือจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามนี้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ กฎเกณฑ์อื่นๆ ของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard ที่มีผลนับตั้งแต่จากวันที่ศาลแห่งนี้ได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงในนามกลุ่มบุคคล หรือกฎข้อบังคับใดๆ ที่คล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญกับกฎเกณฑ์ที่กล่าวข้างต้น;
    9. การดำเนินการของการฟ้องร้องนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การเจรจาในความตกลงที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องนี้ การเจรจาต่อรองและข้อตกลงของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มของจำเลยหรือสมาชิกหรือลูกค้าสถาบันการเงินของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard หรือเงื่อนไขหรือผลของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ (นอกเหนือจากการเรียกร้องเพื่อการบังคับใช้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกฏข้อบังคับในมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party อันเป็นผลมาจากข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ และได้แสดงอย่างชัดเจนถึงการให้ความตกลงสำหรับจุดประสงค์ของการยืนยัน

      โดยปราศจากการขยายหรือการจำกัดตามที่ได้กล่าวในข้างต้น การเรียกร้องที่มีพื้นฐานบนหรือเกี่ยวข้องกับ (a)-(i) ข้างต้นที่เรียกร้องว่าได้มีหรืออาจมีการกล่าวหาในการฟ้องร้องนี้

      อย่างไรก็ตาม โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่ถือว่าการเพิกถอนของผู้ที่เป็นสมาชิกของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class เป็นการปลดเปลื้องการเรียกร้องสำหรับความเสียหายตามกฎข้อบังคับหรือการดำเนินการ การกระทำ การทำธุรกรรม กิจกรรม เหตุการณ์ คำชี้แจง การละเว้น หรือความล้มเหลวในการดำเนินการของมาตรา 23(b)(3) Settlement Class Released Party ก่อนวันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงในนามกลุ่มบุคคลนี้

    69. มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อยังได้แสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และการตกลงและปลดเปลื้องสิทธิ และผลประโยชน์ของจำเลยรายหนึ่งรายใดและทั้งหมด โดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไป ตามที่มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party อาจมีหรือว่าอาจมีผลมาจากบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับซึ่ง การไม่แสดงการสละสิทธิ์ อาจจำกัดขอบเขตหรือผลของการปลดเปลื้องที่ระบุไว้ก่อนหน้าในย่อหน้า 66-68 โดยปราศจากการจำกัดกฎเกณฑ์ทั่วไปตามที่ได้กล่าวข้างต้น มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อได้แสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนชัดและอย่างยกเลิกไม่ได้ และปลดเปลื้องสิทธิ และผลประโยชน์ของจำเลยรายหนึ่งรายใดและทั้งหมด โดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไป ตามที่มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party อาจกำหนดไว้หรือไม่ก็สัมพันธ์กับการปลดเปลื้องโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ California Civil Code Section 1542 (ประมวลกฎหมายแพ่งแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียมาตรา 1542) หรือกฎหมายที่คล้ายกันของรัฐหรือเขตอำนาจศาลอื่นๆ มาตรา 1542 ระบุว่า: "การเรียกร้องบางอย่างไม่ได้รับผลกระทบจากการปลดเปลื้องทั่วไป การปลดเปลื้องทั่วไปไม่ขยายไปถึงการเรียกร้องสิทธิที่เจ้าหนี้ไม่ทราบหรือสงสัยว่ามีประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่ ณ เวลาของการดำเนินการปลดเปลื้อง ซึ่งหากเจ้าหนี้ได้ทราบ มันจะมีผลกระทบอย่างมากต่อความตกลงของตนกับลูกหนี้" นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าในภายหลังอาจค้นพบว่ามาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อมีข้อเท็จจริงเป็นอื่น ที่แตกต่างจาก หรือนอกเหนือไปจากที่มันหรือเจ้าหนี้รู้หรือเชื่อว่าเป็นจริงเกี่ยวกับการเรียกร้องที่ได้ปลดเปลื้องในก่อนหน้าในย่อหน้า 66-68 ด้วยประการฉะนี้มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อจึงแสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และข้อตกลง การถอนฟ้อง และปลดเปลื้อง ทั้งที่รู้หรือไม่ก็ตาม สงสัยหรือไม่ก็ตาม การเรียกร้องที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตามโดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไปตามขอบเขตในก่อนหน้าในย่อหน้า 66-68 ไม่ว่าได้ถูกปกปิดหรือซ่อนเร้น และโดยไม่คำนึงถึงการค้นพบต่อมาภายหลังหรือการมีอยู่ของข้อเท็จจริงที่เป็นอื่น แตกต่าง หรือเพิ่มเติม Class Plaintiff ได้รับทราบ และโดยการดำเนินการของคำสั่งของความตกลงในนามกลุ่มบุคคลและคำพิพากษาขั้นสุดท้ายจึงถือว่าสมาชิกของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class ได้รับทราบว่าการสละสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นนั้นแยกต่างหากจากการต่อรองสำหรับและเป็นองค์ประกอบสำคัญของ ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้

    70. มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อกำหนดพันธสัญญาและความตกลงว่าภายหลังจากนี้ จะไม่มีการแสวงหาเพื่อจัดตั้งหรืออนุญาตอื่นใดอีก สำหรับการฟ้องร้องตามมาตรานี้ในฐานะตัวแทนสำหรับการแสวงหาความรับผิดตามพื้นฐานแห่งมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party นี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในการดำเนินการที่ได้รับการคุ้มครองโดยการเรียกร้องที่ได้รับการปลดเปลื้องในย่อหน้า 66-69 ข้างต้น

    71. เพื่อความชัดเจนในวัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมายโดยเฉพาะสำหรับการปลดเปลื้องและพันธสัญญาที่จะไม่ฟ้องร้องตามบทบัญญัติของย่อหน้า 66-70 ข้างต้นเพื่อป้องกันมิให้สมาชิกทั้งหมดของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class แสวงหาหรือการได้มาซึ่งการยืนยัน การสั่งห้าม หรือการผ่อนผันอันชอบธรรมรูปแบบอื่นๆ หรือความเสียหายหรือการผ่อนผันทางการเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาหลังจากวันที่ที่ศาลได้ออกคำสั่งการอนุมัติเบื้องต้นของความตกลงในนามกลุ่มบุคคลนี้อันเนื่องมาจากกฎข้อบังคับของจำเลย Visa หรือจำเลย MasterCard และจำเลยธนาคารที่ปฏิบัติตามกกเกณฑ์ดังกล่าว ในฐานที่การกระทำดังกล่าวได้ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้น ขณะนี้ได้เกิดขึ้น อาจถูกปรับเปลี่ยนในลักษณะที่ระบุไว้ในย่อหน้า 40-45 และ 53-57 ใน คำบอกกล่าวนี้ หรือในอนาคตอาจมีอยู่ในรูปแบบเหมือนหรือคล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญนับจากเวลาดังกล่าว

    72. เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ให้ถือว่าไม่มีบัญญัติข้ออื่นๆ ของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ปลดเปลื้องการเรียกร้องของมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party ที่มีพื้นฐานบน:

    1. การละเมิดข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่ม;
    2. ข้อพิพาทของมาตรฐานทางการค้าซึ่งเกิดขึ้นในการดำเนินการปกติของธุรกิจหรือความสัมพันธ์ทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืม ขอบเขตของเครดิต หรือความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารหรือเครดิตอื่นๆ ข้อพิพาทการเรียกเก็บเงินบุคคล ความรับผิดของผลิตภัณฑ์ การละเมิดการรับประกัน การยักยอกข้อมูลผู้ถือบัตรหรือการฝ่าฝืนความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติตามข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคสำหรับการยอมรับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของผู้ประกอบกิจการค้า และข้อพิพาทอื่นที่เกิดขึ้นจากการละเมิดสัญญาระหว่างมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Parties และมาตรา 23(b)(2) Settlement Class Released Party อย่างไรก็ตาม โดยมีเงื่อนไขว่า ย่อหน้าที่ 66-71 ข้างต้นและไม่ใช่ย่อหน้านี้ ใช้ควบคุมกรณีที่การเรียกร้องดังกล่าวเป็นการท้าพิสูจน์การฝ่าฝืนกฎหมายของกฎข้อบังคับการแลกเปลี่ยน อัตราการแลกเปลี่ยน หรือค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรือกฎเกณฑ์ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ค่าใช้จ่าย หรือการกระทำอื่นๆ ที่ครอบคลุมโดยการเรียกร้องที่ได้รับการปลดเปลื้องในย่อหน้า 66-71 ข้างต้น;
    3. ข้อกล่าวหาในการเรียกร้องที่เป็นการร้องทุกข์ของกลุ่มผู้ร่วมดำเนินการในปัจจุบันต่อจำเลยในปัจจุบัน (i)NACS, et al. v. Board of Governors of the Federal Reserve System, No. 11-CV-02075-RJL (D.D.C.), และ (ii) In re ATM Fee Antitrust Litigation, No. 04-CV-02676-CRB (N.D. Cal) (รวมถึงการเรียกร้องที่ได้รับการยืนยันว่าได้ถูกกล่าวหาในการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่สองและการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่สามของการร้องทุกข์ต่อ Bank of America, N.A.); หรือ
    4. การเรียกร้องที่เป็นการแสวงหาเพียงการผ่อนผันการสั่งห้ามต่อเฉพาะจำเลย Visa เท่านั้น อันเกี่ยวข้องกับความชอบด้วยกฎหมายของ Visa’s Fixed Acquirer Network Fee (ค่าธรรมเนียมคงที่ของเครือข่ายผู้มีสิทธิครอบครอง)

    73. นอกจากนี้มาตรา 23(b)(2) Settlement Class Releasing Party แต่ละข้อยังปลดเปลื้องจำเลย Visa, จำเลย MasterCard และจำเลยธนาคารแต่ละ และที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาในการฟ้องร้องนี้ การเรียกร้องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสู้คดีในการฟ้องร้องนี้ รวมทั้งการต่อรองและเงื่อนไขของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ ยกเว้นสำหรับการเรียกร้องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ จำเลย Visa, จำเลย MasterCard และจำเลยธนาคารแต่ละรายปลดเปลื้อง Class Plaintiff, โจทก์อื่นๆ ในการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล, Class Counsel, ที่ปรึกษาอื่นๆ ของ Class Plaintiff ที่มีส่วนร่วมในการประชุมความตกลงก่อนที่ศาลของ Class Plaintiff ได้อนุมัติข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ และโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล จากการเรียกร้องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหรือการดำเนินคดีของการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคลนี้ รวมทั้งการเจรจาต่อรองและเงื่อนไขของข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ ยกเว้นสำหรับการเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้

    74. ในกรณีที่ข้อตกลงการประนีประนอมยอมความของกลุ่มนี้ถูกยกเลิกชั้นตามย่อหน้า 96-98 ใน คำบอกกลาวนี้ หรือเงื่อนไขของวันที่ของการอนุมัติความตกลงขั้นสุดท้ายไม่เป็นที่พอใจ การปลดเปลื้องและพันธสัญญาผูกพันว่าจะไม่ฟ้องร้องในบทบัญญัติของย่อหน้า 66-73 ข้างต้นจะถือเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้

    กลับไปที่ด้านบน